{ "Id": 10000127, "PromoteId": 127, "Sort": 111, "Body": 1, "Icon": "UI_AvatarIcon_Illuga", "SideIcon": "UI_AvatarIcon_Side_Illuga", "Name": "Illuga", "Description": "สมาชิกหน่วยสืบสวน \"นกขมิ้นแห่งราตรีฝันร้าย\" และหัวหน้าหน่วย ที่อายุน้อยที่สุดของผู้เฝ้าประภาคาร", "BeginTime": "2026-02-03T18:00:00+08:00", "Quality": 4, "Weapon": 13, "BaseValue": { "HpBase": 1002.9701, "AttackBase": 16.0272, "DefenseBase": 68.2122 }, "GrowCurves": [ { "Type": 1, "Value": 22 }, { "Type": 4, "Value": 32 }, { "Type": 7, "Value": 22 } ], "SkillDepot": { "Arkhe": 0, "Skills": [ { "GroupId": 12731, "Proud": { "Descriptions": [ "ความเสียหายขั้น 1|{param1:F1P}", "ความเสียหายขั้น 2|{param2:F1P}", "ความเสียหายขั้น 3|{param3:F1P}+{param4:F1P}", "ความเสียหายขั้น 4|{param5:F1P}", "ความเสียหายชาร์จโจมตี|{param6:F1P}", "ชาร์จโจมตีใช้พลังกาย|{param7:F1} หน่วย", "ความเสียหายพุ่งลง|{param8:F1P}", "ความเสียหายพุ่งถึงพื้นจากที่ต่ำ/สูง|{param9:P}/{param10:P}" ], "Parameters": [ { "Id": 1273101, "Level": 1, "Parameters": [ 0.473662, 0.485255, 0.31433, 0.31433, 0.762786, 1.11026, 25, 0.639324, 1.278377, 1.596762 ] }, { "Id": 1273102, "Level": 2, "Parameters": [ 0.512216, 0.524753, 0.339915, 0.339915, 0.824873, 1.20063, 25, 0.691362, 1.382431, 1.726731 ] }, { "Id": 1273103, "Level": 3, "Parameters": [ 0.55077, 0.56425, 0.3655, 0.3655, 0.88696, 1.291, 25, 0.7434, 1.486485, 1.8567 ] }, { "Id": 1273104, "Level": 4, "Parameters": [ 0.605847, 0.620675, 0.40205, 0.40205, 0.975656, 1.4201, 25, 0.81774, 1.635134, 2.04237 ] }, { "Id": 1273105, "Level": 5, "Parameters": [ 0.644401, 0.660172, 0.427635, 0.427635, 1.037743, 1.51047, 25, 0.869778, 1.739187, 2.172339 ] }, { "Id": 1273106, "Level": 6, "Parameters": [ 0.688462, 0.705313, 0.456875, 0.456875, 1.1087, 1.61375, 25, 0.92925, 1.858106, 2.320875 ] }, { "Id": 1273107, "Level": 7, "Parameters": [ 0.749047, 0.76738, 0.49708, 0.49708, 1.206266, 1.75576, 25, 1.011024, 2.02162, 2.525112 ] }, { "Id": 1273108, "Level": 8, "Parameters": [ 0.809632, 0.829448, 0.537285, 0.537285, 1.303831, 1.89777, 25, 1.092798, 2.185133, 2.729349 ] }, { "Id": 1273109, "Level": 9, "Parameters": [ 0.870217, 0.891515, 0.57749, 0.57749, 1.401397, 2.03978, 25, 1.174572, 2.348646, 2.933586 ] }, { "Id": 1273110, "Level": 10, "Parameters": [ 0.936309, 0.959225, 0.62135, 0.62135, 1.507832, 2.1947, 25, 1.26378, 2.527025, 3.15639 ] }, { "Id": 1273111, "Level": 11, "Parameters": [ 1.002401, 1.026935, 0.66521, 0.66521, 1.614267, 2.34962, 25, 1.352988, 2.705403, 3.379194 ] }, { "Id": 1273112, "Level": 12, "Parameters": [ 1.068494, 1.094645, 0.70907, 0.70907, 1.720702, 2.50454, 25, 1.442196, 2.883781, 3.601998 ] }, { "Id": 1273113, "Level": 13, "Parameters": [ 1.134586, 1.162355, 0.75293, 0.75293, 1.827138, 2.65946, 25, 1.531404, 3.062159, 3.824802 ] }, { "Id": 1273114, "Level": 14, "Parameters": [ 1.200679, 1.230065, 0.79679, 0.79679, 1.933573, 2.81438, 25, 1.620612, 3.240537, 4.047606 ] }, { "Id": 1273115, "Level": 15, "Parameters": [ 1.266771, 1.297775, 0.84065, 0.84065, 2.040008, 2.9693, 25, 1.70982, 3.418915, 4.27041 ] } ] }, "Id": 11271, "Name": "Oathkeeper's Spear", "Description": "โจมตีปกติ\nโจมตีด้วยหอกต่อเนื่องมากสุด 4 ครั้ง\n\nชาร์จโจมตี\nใช้พลังกายส่วนหนึ่งเพื่อพุ่งตัวไปข้างหน้า และสร้างความเสียหายแก่ศัตรูที่อยู่ในเส้นทาง\n\nโจมตีพุ่งลงจากอากาศ\nกระโจนจากกลางอากาศลงมายังพื้นดิน เพื่อโจมตีศัตรูที่อยู่ในเส้นทางการโจมตี โดยจะสร้างความเสียหายวงกว้างเมื่อลงถึงพื้น", "Icon": "Skill_A_03" }, { "GroupId": 12732, "Proud": { "Descriptions": [ "#ความเสียหาย เมื่อ{LAYOUT_MOBILE#แตะ}{LAYOUT_PC#กด}{LAYOUT_PS#กด}|{param1:P} ของความชำนาญธาตุ + {param2:P} ของพลังป้องกัน", "#ความเสียหาย เมื่อ{LAYOUT_MOBILE#แตะค้าง}{LAYOUT_PC#กดค้าง}{LAYOUT_PS#กดค้าง}|{param3:P} ของความชำนาญธาตุ + {param4:P} ของพลังป้องกัน", "คูลดาวน์|{param5:F1} วิ" ], "Parameters": [ { "Id": 1273201, "Level": 1, "Parameters": [ 4.8256, 2.4128, 6.032, 3.016, 15 ] }, { "Id": 1273202, "Level": 2, "Parameters": [ 5.18752, 2.59376, 6.4844, 3.2422, 15 ] }, { "Id": 1273203, "Level": 3, "Parameters": [ 5.54944, 2.77472, 6.9368, 3.4684, 15 ] }, { "Id": 1273204, "Level": 4, "Parameters": [ 6.032, 3.016, 7.54, 3.77, 15 ] }, { "Id": 1273205, "Level": 5, "Parameters": [ 6.39392, 3.19696, 7.9924, 3.9962, 15 ] }, { "Id": 1273206, "Level": 6, "Parameters": [ 6.75584, 3.37792, 8.4448, 4.2224, 15 ] }, { "Id": 1273207, "Level": 7, "Parameters": [ 7.2384, 3.6192, 9.048, 4.524, 15 ] }, { "Id": 1273208, "Level": 8, "Parameters": [ 7.72096, 3.86048, 9.6512, 4.8256, 15 ] }, { "Id": 1273209, "Level": 9, "Parameters": [ 8.20352, 4.10176, 10.2544, 5.1272, 15 ] }, { "Id": 1273210, "Level": 10, "Parameters": [ 8.68608, 4.34304, 10.8576, 5.4288, 15 ] }, { "Id": 1273211, "Level": 11, "Parameters": [ 9.16864, 4.58432, 11.4608, 5.7304, 15 ] }, { "Id": 1273212, "Level": 12, "Parameters": [ 9.6512, 4.8256, 12.064, 6.032, 15 ] }, { "Id": 1273213, "Level": 13, "Parameters": [ 10.2544, 5.1272, 12.818, 6.409, 15 ] }, { "Id": 1273214, "Level": 14, "Parameters": [ 10.8576, 5.4288, 13.572, 6.786, 15 ] }, { "Id": 1273215, "Level": 15, "Parameters": [ 11.4608, 5.7304, 14.326, 7.163, 15 ] } ] }, "Id": 11272, "Name": "Dawnbearing Songbird", "Description": "#เรียกนกสื่อสาร \"Aedon\" ที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ออกมา ทำให้เกิดเอฟเฟกต์ที่แตกต่างกันไป โดยขึ้นกับการ{LAYOUT_MOBILE#แตะ}{LAYOUT_PC#กด}{LAYOUT_PS#กด} หรือ{LAYOUT_MOBILE#แตะค้าง}{LAYOUT_PC#กดค้าง}{LAYOUT_PS#กดค้าง}\n\n{LAYOUT_MOBILE#แตะ}{LAYOUT_PC#กด}{LAYOUT_PS#กด}\nAedon จะพุ่งเข้าหาศัตรูที่อยู่ข้างหน้า สร้างความเสียหายหินแก่ศัตรูที่มันสัมผัสโดน\n\n{LAYOUT_MOBILE#แตะค้าง}{LAYOUT_PC#กดค้าง}{LAYOUT_PS#กดค้าง}\nทำการเล็ง และทำให้ Aedon พุ่งเข้าหาศัตรูที่เล็งไว้ สร้างความเสียหายหินแก่ศัตรูที่มันสัมผัสโดน", "Icon": "Skill_S_Illuga_01" } ], "EnergySkill": { "GroupId": 12739, "Proud": { "Descriptions": [ "ความเสียหายสกิล|{param1:P} ของความชำนาญธาตุ + {param2:P} ของพลังป้องกัน", "เพิ่มความเสียหายหิน|{param3:F1P} ของความชำนาญธาตุ", "เพิ่มความเสียหาย ปฏิกิริยาตกผลึกจันทรา|{param4:F1P} ของความชำนาญธาตุ", "Nightingale's Song ที่ได้รับเมื่อใช้ท่าไม้ตาย|{param5:I} ชั้น", "Nightingale's Song ที่ได้รับเมื่อสร้างวัตถุธาตุหิน|{param6:I} ชั้น ต่อวัตถุธาตุหิน", "ระยะเวลาต่อเนื่อง|{param7:F1} วิ", "คูลดาวน์|{param8:F1} วิ", "พลังงานธาตุ|{param9:I}" ], "Parameters": [ { "Id": 1273901, "Level": 1, "Parameters": [ 8.272, 4.136, 0.336, 2.2592, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273902, "Level": 2, "Parameters": [ 8.8924, 4.4462, 0.3612, 2.42864, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273903, "Level": 3, "Parameters": [ 9.5128, 4.7564, 0.3864, 2.59808, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273904, "Level": 4, "Parameters": [ 10.34, 5.17, 0.42, 2.824, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273905, "Level": 5, "Parameters": [ 10.9604, 5.4802, 0.4452, 2.99344, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273906, "Level": 6, "Parameters": [ 11.5808, 5.7904, 0.4704, 3.16288, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273907, "Level": 7, "Parameters": [ 12.408, 6.204, 0.504, 3.3888, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273908, "Level": 8, "Parameters": [ 13.2352, 6.6176, 0.5376, 3.61472, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273909, "Level": 9, "Parameters": [ 14.0624, 7.0312, 0.5712, 3.84064, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273910, "Level": 10, "Parameters": [ 14.8896, 7.4448, 0.6048, 4.06656, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273911, "Level": 11, "Parameters": [ 15.7168, 7.8584, 0.6384, 4.29248, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273912, "Level": 12, "Parameters": [ 16.544, 8.272, 0.672, 4.5184, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273913, "Level": 13, "Parameters": [ 17.578, 8.789, 0.714, 4.8008, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273914, "Level": 14, "Parameters": [ 18.612, 9.306, 0.756, 5.0832, 21, 5, 20, 15, 60 ] }, { "Id": 1273915, "Level": 15, "Parameters": [ 19.646, 9.823, 0.798, 5.3656, 21, 5, 20, 15, 60 ] } ] }, "Id": 11275, "Name": "Shadowless Reflection", "Description": "ส่องไฟให้สว่าง สร้างความเสียหายหินวงกว้าง และได้รับเอฟเฟกต์ \"Haunted Night's Oriole-Song\" เป็นเวลา 20 วินาที: ในช่วงเวลาต่อเนื่อง Illuga จะได้รับ {LINK#N11270001}Nightingale's Song (บทเพลงไนติงเกล){/LINK} 21 ชั้น เมื่อตัวละครในทีมที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้นที่อยู่ใกล้เคียง ใช้การโจมตีปกติ, ชาร์จโจมตี, โจมตีพุ่งลงจากอากาศ, สกิลธาตุ หรือท่าไม้ตาย สร้างความเสียหายหินแก่ศัตรู จะใช้ Nightingale's Song 1 ชั้น เพื่อเพิ่มความเสียหายที่สร้างขึ้น โดยค่าที่เพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับความชำนาญธาตุของ Illuga; หากความเสียหายนั้นเกิดจากปฏิกิริยาตกผลึกจันทรา จะเพิ่มความเสียหายที่สร้างขึ้นมากยิ่งขึ้น\nเมื่อความเสียหายหินที่สร้างขึ้นด้วยวิธีข้างต้นโดนศัตรูหลายตัวพร้อมกัน จะใช้จำนวนชั้นของ Nightingale's Song ตามจำนวนศัตรูที่โดนโจมตี\n\nนอกจากนี้ เมื่อ Illuga อยู่ในสนาม และมีวัตถุที่สร้างขึ้นจากธาตุหิน ที่สร้างโดยตัวละครในทีมที่อยู่ใกล้เคียง แล้วใช้ท่าไม้ตาย หรือตัวละครในทีมที่อยู่ใกล้เคียงสร้างวัตถุที่สร้างขึ้นจากธาตุหินภายในช่วงเวลาต่อเนื่องของ Haunted Night's Oriole-Song แต่ละวัตถุที่สร้างขึ้นจากธาตุหินทุก 1 อันที่อยู่ในสนามจะทำให้ Illuga ได้รับ Nightingale's Song เพิ่ม 5 ชั้น โดยภายใน 20 วินาทีหลังจากใช้ท่าไม้ตายแต่ละครั้ง Illuga สามารถรับ Nightingale's Song เพิ่มเติมด้วยวิธีนี้สูงสุด 15 ชั้น\n\nเมื่อจำนวนชั้นของ Nightingale's Song ถูกใช้จนหมด หรือสิ้นสุดช่วงเวลาต่อเนื่อง เอฟเฟกต์ Haunted Night's Oriole-Song จะถูกยกเลิก", "Icon": "Skill_E_Illuga_01" }, "Inherents": [ { "GroupId": 12721, "Proud": { "Descriptions": [], "Parameters": [ { "Id": 1272101, "Level": 1, "Parameters": [ 0.05, 0.1, 0.05, 0.1, 50, 20 ] } ], "Display": 1 }, "Id": 1272101, "Name": "Torchforger's Covenant", "Description": "หลังจากใช้สกิลธาตุ {LINK#S11272}Dawnbearing Songbird{/LINK} หรือท่าไม้ตาย {LINK#S11275}Shadowless Reflection{/LINK} ตัวละครอื่น ๆ ในทีมที่อยู่ใกล้เคียงจะได้รับเอฟเฟกต์ Lightkeeper's Oath เป็นเวลา 20 วินาที: ความเสียหายหินที่สร้างแก่ศัตรูมีอัตราคริเพิ่มขึ้น 5%, ความแรงคริเพิ่มขึ้น 10%\n\nลัคนาจันทร์ - จรัสแสง \nความชำนาญธาตุของตัวละครที่อยู่ภายใต้ผลของเอฟเฟกต์ Lightkeeper's Oath เพิ่มขึ้น 50 หน่วย", "Icon": "UI_Talent_S_Illuga_05" }, { "GroupId": 12722, "Proud": { "Descriptions": [], "Parameters": [ { "Id": 1272201, "Level": 1, "Parameters": [ 0.07, 0.14, 0.24, 0.48, 0.96, 1.6 ] } ], "Display": 1 }, "Id": 1272201, "Name": "Demonhunter's Dusk", "Description": "เอฟเฟกต์ {LINK#N11270001}Nightingale's Song (บทเพลงไนติงเกล){/LINK} ได้รับการเสริมพลัง: เมื่อในทีมมีตัวละครธาตุน้ำหรือธาตุหิน 1/2/3 ตัว Nightingale's Song จะเพิ่มความเสียหายที่สร้างขึ้นอีกขั้น โดยค่าที่เพิ่มขึ้นจะเท่ากับ 7%/14%/24% ของความชำนาญธาตุของ Illuga; หากความเสียหายดังกล่าวเกิดจากปฏิกิริยาตกผลึกจันทรา ค่าที่เพิ่มขึ้นจะเท่ากับ 48%/96%/160% ของความชำนาญธาตุของ Illuga", "Icon": "UI_Talent_S_Illuga_06" }, { "GroupId": 12723, "Proud": { "Descriptions": [], "Parameters": [ { "Id": 1272301, "Level": 1, "Parameters": [] } ] }, "Id": 1272301, "Name": "Moonsign Benediction: Unwithering in Winter", "Description": "เมื่อ Illuga อยู่ในทีม ลัคนาจันทร์ของทีมจะเพิ่มขึ้น 1 ระดับ", "Icon": "UI_Talent_S_Illuga_07" }, { "GroupId": 12725, "Proud": { "Descriptions": [], "Parameters": [ { "Id": 1272501, "Level": 1, "Parameters": [ 0.1 ] } ] }, "Id": 1272501, "Name": "Night Warden's Stride", "Description": "ในตอนกลางคืน (18:00 น. - 6:00 น.) ตัวละครในทีมของตัวเองจะได้รับเอฟเฟกต์ความเร็ว: ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 10%\nเอฟเฟกต์ดังกล่าวจะไร้ผล เมื่ออยู่ในดันเจี้ยน, Trounce Domain, Spiral Abyss เอฟเฟกต์ความเร็วไม่สามารถซ้อนทับได้\nนอกจากนี้ Illuga ยังดูเหมือนจะเข้าใจเสียงกระซิบของ การล่าอันบ้าคลั่งด้วย...", "Icon": "UI_Talent_S_Illuga_08" } ], "Talents": [ { "Id": 1271, "Name": "Vigilant Sentinel", "Description": "หลังจาก Illuga ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับธาตุหินในสนาม จะฟื้นฟูพลังงานธาตุให้ Illuga 12 หน่วย โดยเอฟเฟกต์นี้เกิดขึ้นได้มากสุดหนึ่งครั้ง ในทุก 15 วินาที", "Icon": "UI_Talent_S_Illuga_01" }, { "Id": 1272, "Name": "Elk With Fanged Antlers", "Description": "ในช่วงเวลาต่อเนื่องของเอฟเฟกต์ Haunted Night's Oriole-Song ในท่าไม้ตาย {LINK#S11275}Shadowless Reflection{/LINK} ทุกครั้งที่ใช้ {LINK#N11270001}Nightingale's Song{/LINK} 7 ชั้น Illuga จะเรียก Aedon ออกมา สร้างความเสียหายหินแก่ศัตรูหนึ่งตัวที่อยู่รอบข้าง 1 ครั้ง โดยค่าความเสียหายเท่ากับ 400% ของความชำนาญธาตุ และ 200% ของพลังป้องกันของ Illuga โดยความเสียหายนี้จะถูกมองว่าเป็นความเสียหายจากท่าไม้ตาย", "Icon": "UI_Talent_S_Illuga_02" }, { "Id": 1273, "Name": "Earthshaking Maw", "Description": "เพิ่มเลเวลสกิลของท่าไม้ตาย {LINK#S11275}Shadowless Reflection{/LINK} ขึ้น 3 ระดับ\nเพิ่มได้สูงสุดถึงระดับ 15", "Icon": "UI_Talent_U_Illuga_01", "ExtraLevel": { "Index": 9, "Level": 3 } }, { "Id": 1274, "Name": "Solarhunting Wolf", "Description": "ในช่วงเวลาต่อเนื่องของเอฟเฟกต์ Haunted Night's Oriole-Song ของท่าไม้ตาย {LINK#S11275}Shadowless Reflection{/LINK} พลังป้องกันของตัวละครในทีมที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้น ที่อยู่ใกล้เคียงจะเพิ่มขึ้น 200 หน่วย", "Icon": "UI_Talent_S_Illuga_03" }, { "Id": 1275, "Name": "Hurricane Steed", "Description": "เพิ่มเลเวลสกิลของสกิลธาตุ {LINK#S11272}Dawnbearing Songbird{/LINK} ขึ้น 3 ระดับ\nเพิ่มได้สูงสุดถึงระดับ 15", "Icon": "UI_Talent_U_Illuga_02", "ExtraLevel": { "Index": 2, "Level": 3 } }, { "Id": 1276, "Name": "Nightmare Orioles", "Description": "เอฟเฟกต์ Lightkeeper's Oath ในพรสวรรค์เพิ่มเติม {LINK#P1272101}Torchforger's Covenant{/LINK} ได้รับการเสริมพลัง: ความเสียหายหินที่สร้างแก่ศัตรูมีอัตราคริเพิ่มขึ้น 10%, ความแรงคริเพิ่มขึ้น 30%\n\nลัคนาจันทร์ - จรัสแสง\nความชำนาญธาตุของตัวละครที่อยู่ภายใต้ผลของเอฟเฟกต์ Lightkeeper's Oath เพิ่มขึ้น 80 หน่วย\nต้องปลดล็อกพรสวรรค์เพิ่มเติม Torchforger's Covenant ก่อน", "Icon": "UI_Talent_S_Illuga_04" } ] }, "FetterInfo": { "Title": "หัวใจเพลิงผลาญฝันร้าย", "Detail": "สมาชิกหน่วยสืบสวน \"นกขมิ้นแห่งราตรีฝันร้าย\" และหัวหน้าหน่วย ที่อายุน้อยที่สุดของผู้เฝ้าประภาคาร", "Association": 12, "Native": "ผู้เฝ้าประภาคาร", "BirthMonth": 12, "BirthDay": 23, "VisionBefore": "หิน", "VisionOverrideUnlocked": "วิชั่น", "ConstellationBefore": "Oriolus", "CvChinese": "Mace", "CvJapanese": "梅田修一朗", "CvEnglish": "Jonathon Ha", "CvKorean": "Hwang Dong-hyun", "CookBonus": { "OriginItemId": 108941, "ItemId": 108951, "InputList": [ 100018, 100013, 100080, 110015 ] }, "Fetters": [ { "Title": "แชท - ระวังตัว", "Context": "ยิ่งเป็นสถานที่ที่เงียบสงบเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสซุกซ่อนอันตรายไว้มากเท่านั้น... ฉันก็ไม่รู้ว่าคำพูดนี้มันถูกมั้ย แต่ระวังตัวไว้บ้างก็ไม่เสียหาย" }, { "Title": "แชท - ลาดตระเวนยามค่ำคืน", "Context": "เธอหนาวใช่รึเปล่า? เวลาลาดตระเวนตอนกลางคืนน่ะ เป็นหวัดได้ง่าย ฉันจะต้มซุปร้อน ๆ ให้เธอดื่มละกัน" }, { "Title": "แชท - ความยากลำบาก", "Context": "จะทำแค่สิ่งที่ตัวเองถนัดอย่างเดียวไม่ได้หรอก มีแต่ต้องบังคับตัวเองให้ทำเรื่องยาก ๆ เท่านั้น ถึงจะแข็งแกร่งขึ้นท่ามกลางสมรภูมิได้" }, { "Title": "พบกันครั้งแรก...", "Context": "สวัสดี ฉันชื่อ Illuga หัวหน้าหน่วยสืบสวนของผู้เฝ้าประภาคาร เธอกำลังประสบปัญหาอะไรอยู่รึเปล่า? มันเป็นเรื่องปกติน่ะ เส้นทางแถวนี้ก็ลำบากจริง ๆ นั่นแหละ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ตามฉันมาเถอะ ฉันจะช่วยส่องทางข้างหน้าให้เธอเอง" }, { "Title": "ฟ้าหลังฝน...", "Context": "พระอาทิตย์โผล่ออกมาแล้ว ดูเหมือนว่าครั้งนี้ฝั่งที่สว่างจะเป็นฝ่ายชนะนะ" }, { "Title": "ในเวลาที่ฟ้าผ่า...", "Context": "พ่อบอกว่าเหล่าทวยเทพบนสวรรค์ กำลังต่อสู้กันอยู่ ฉันแค่หวังว่า พวกเขาจะไม่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเดือดร้อนนะ" }, { "Title": "แดดส่องดีจัง...", "Context": "อากาศดีอย่างหาได้ยากจริง ๆ ถ้าอากาศดีแบบนี้ไปเรื่อย ๆ งานของพวกเราทหารประภาคาร ก็คงจะง่ายขึ้นเยอะเลย" }, { "Title": "ในเวลาที่ลมพัดแรง...", "Context": "ลมแรงขึ้นแล้ว รู้สึกเหมือนจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเลยแฮะ... ไปหลบที่ค่ายแถว ๆ นี้กันดีมั้ย?" }, { "Title": "อรุณสวัสดิ์...", "Context": "ค่ำคืนผ่านพ้นไปแล้ว ดูเหมือนว่า เราจะผ่านวันที่สงบสุขมาได้อีกวันหนึ่งแล้วนะ" }, { "Title": "สวัสดีตอนเที่ยง...", "Context": "แดดกำลังดี น่าจะถือโอกาสนี้สำรวจดูว่า มีอันตรายอะไรแอบแฝงอยู่รอบ ๆ รึเปล่า... อืม แต่เหมือนจะรู้สึกง่วงนิด ๆ ซะแล้วสิ..." }, { "Title": "สวัสดีตอนเย็น...", "Context": "พอฟ้ามืดแล้วอาจจะมีมอนสเตอร์โผล่มา ถ้าต้องเดินทางในตอนกลางคืนละก็ ต้องระวังกันให้มาก ๆ เลยนะ" }, { "Title": "ราตรีสวัสดิ์...", "Context": "อืม นี่ก็ดึกมากแล้ว เธอไปพักผ่อนก่อนเถอะ วางใจได้ คืนนี้ฉันจะเฝ้ายามแทนเธอเอง" }, { "Title": "เกี่ยวกับตัว Illuga เอง - ผู้เฝ้าประภาคาร", "Context": "เรื่องการเข้าร่วมกับผู้เฝ้าประภาคารน่ะ ฉันต้องขอร้องพ่อเฒ่าหลายครั้ง กว่าท่านจะยอมอนุญาต แทนที่จะอยู่ในเมือง Piramida ให้พวกรุ่นพี่คอยปกป้อง ฉันอยากออกไปอยู่แนวหน้าของสนามรบมากกว่า เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในพลังที่จะหยุดยั้งการล่าอันบ้าคลั่งร่วมกับทุกคน" }, { "Title": "เกี่ยวกับตัว Illuga เอง - หัวหน้าหน่วย", "Context": "การเป็นหัวหน้าหน่วยหมายถึง ต้องแบกรับชีวิตของเพื่อนร่วมทีมไว้ ถึงแม้ว่าฉันจะยังคงสงสัยอยู่เสมอว่า ตัวเองมีคุณสมบัติเพียงพอรึเปล่า... แต่ในเมื่อทุกคนเลือกที่จะเชื่อใจฉัน ฉันก็จะทำให้ความไว้วางใจของพวกเขา ต้องสูญเปล่าไม่ได้ จริงมั้ยล่ะ?" }, { "Title": "เกี่ยวกับเรา - หน้าที่", "Context": "การปกป้องพ่อค้าเร่ที่สัญจรไปมา คือหน้าที่ของพวกเราผู้เฝ้าประภาคาร... เธอถามว่าการปกป้องนั้น รวมถึงนักผจญภัยด้วยรึเปล่าเหรอ? อืม... ถึงแม้ว่าตามหลักแล้ว เรื่องนี้จะอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของฉัน แต่ฉันก็ปล่อยให้ใครได้รับบาดเจ็บ ในพื้นที่ลาดตระเวนที่ฉันรับผิดชอบไม่ได้หรอก" }, { "Title": "เกี่ยวกับเรา - สมาชิกหน่วย", "Context": "ตอนนี้เธอถือว่าเป็นสมาชิกหน่วยสืบสวนของพวกเราแล้ว นั่นหมายความว่า ฉันต้องรับผิดชอบความปลอดภัยในชีวิตของเธอ... ได้ยินพวกเขาบอกว่าช่วงนี้เธอไปผจญภัยในที่อันตรายอีกแล้ว พอเห็นเธอปลอดภัยดี ฉันก็โล่งใจขึ้นมาหน่อย... ว่าแต่ คราวหน้าให้ฉันไปกับเธอด้วยดีมั้ย?" }, { "Title": "เกี่ยวกับ \"วิชั่น\"...", "Context": "เคยมีคนบอกฉันว่ามันเป็นแค่อัญมณีสวย ๆ ชิ้นหนึ่ง จนกระทั่งฉันได้มีโอกาสถือมันไว้ในมือ ถึงได้เข้าใจถึงน้ำหนักที่มันแบกรับเอาไว้ ฉันคิดว่า การที่โชคชะตาส่งมันมาถึงมือฉันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะงั้นฉันต้องพยายามทำตัวให้คู่ควรกับมันให้ได้" }, { "Title": "ต้องการจะแชร์อะไร...", "Context": "ถ้ามองจากจุดสูงสุดของเมือง Piramida ไปทางเหนือ จะเห็นมุมหนึ่งของทุ่งหิมะ Snezhnaya ว่ากันว่าที่นั่นคือบ้านเกิดของ Solovei ผู้หล่อคบไฟ และหัวหน้าประภาคารรุ่นแรกของพวกเรา คนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และไม่สามารถกลับบ้านได้ ในที่สุดก็ได้พบที่พักพิงที่นี่... บางทีป้อมแห่งนี้อาจถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้คนอย่างพวกเราได้มาอยู่ร่วมกัน และแสวงหาความอบอุ่นตั้งแต่แรกแล้ว ก็เป็นได้" }, { "Title": "ข้อมูลที่น่าสนใจ...", "Context": "บริเวณใกล้กับเมือง Piramida มีสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์มากมาย ที่แผ่พลังแรงจันทราผันออกมา อย่างเช่น แมนดราโกรา แพะจอมขี้เกียจ... อย่าได้หลงเชื่อรูปลักษณ์ภายนอก ของพวกมันเชียวนะ ถึงจะดูเหมือนสัตว์ที่พวกเธอเคยเห็น แต่ความจริงแล้ว พวกมันคือพืชที่เลียนแบบรูปร่างของสัตว์... แต่บอกตามตรง รสชาติของพวกมันก็ไม่เลวเลย ถ้าไม่รังเกียจ คราวหน้าฉันทำให้เธอชิมสักจานก็ได้นะ หืม? เธอถามว่าทำไมฉันถึงรู้เรื่องนี้น่ะเหรอ? ก็เวลาออกลาดตระเวนตอนกลางคืน มักจะมีเหตุให้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หลายเรื่องเลยน่ะสิ..." }, { "Title": "เกี่ยวกับ Flins - เยี่ยมเยียน...", "Context": "ตอนที่เพิ่งรู้จักคุณ Flins ใหม่ ๆ ฉันคิดว่าที่เขาเลือกที่จะแยกตัว มาอยู่อย่างสันโดษ ก็เพราะเข้าสังคมไม่เก่ง หรือไม่ก็มีนิสัยแปลก ๆ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ฉันก็พบว่าเรื่องมันตรงกันข้ามกับที่คิดไว้เลย... แต่ทุกครั้งที่เราคุยกัน เขามักจะทิ้งปมที่ชวนให้ติดตามต่อไว้ตอนท้ายเรื่องเสมอ ฉันเลยคิดว่า หรือว่านี่อาจเป็นเพราะ... ที่จริงแล้วเขายินดีให้ฉันไปเยี่ยมเขาบ่อย ๆ รึเปล่า?" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Flins - ความลับ...", "Context": "เธอจะบอกว่า คุณ Flins มีความลับมากมายซ่อนอยู่งั้นเหรอ? แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในหมู่ทหารประภาคารหรอก เพื่อนร่วมงานของฉันต่างมีภูมิหลังแตกต่างกันไป ใครบ้างที่ไม่มีความลับที่ไม่อยากบอกใครน่ะ? แม้แต่พ่อก็แทบไม่เคยเล่าเรื่องราวในวัยหนุ่มให้ฉันฟังเลย ส่วนคุณ Flins น่ะ... ช่วงนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นตั้งมากมาย ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน ฉันเองก็พอจะเดาความลับของเขาได้อยู่นิดหน่อย ฉันเคยลองถามเขาดู เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ยอมรับ บางทีนั่นอาจจะเป็นท่าทีอย่างหนึ่งเหมือนกัน" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Lauma...", "Context": "นับตั้งแต่ยุคของผู้หล่อคบไฟเริ่มต้นขึ้น พวกเราก็รักษามิตรภาพตามประเพณี กับลูกหลานจันทราน้ำค้างแข็งมาโดยตลอด ทูตจันทราขับขานรุ่นนี้เป็นหญิงสาวที่อ่อนโยนและมีน้ำใจ ทุกครั้งที่ได้พบกันฉันจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากเธอมากมาย สมัยนี้ การเป็นทูตจันทราขับขานก็คงไม่ได้ง่ายไปกว่าการเป็นผู้เฝ้าประภาคารเลย การที่เธอยังรักษาทัศนคติเช่นนี้ไว้ได้ คงจะต้องแบกรับอะไรไว้มากมายเลยสินะ" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Varka...", "Context": "คุณ Varka เป็นนักรบที่เก่งมาก พวกเราเคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันเพื่อต้านการล่าอันบ้าคลั่ง ได้ยินมาว่ากองอัศวินแห่ง Favonius ก็เหมือนกับพวกเราผู้เฝ้าประภาคาร เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องบ้านเกิด บางทีสักวันหนึ่ง เมื่อการล่าอันบ้าคลั่งใน Nod-Krai ถูกกำจัดจนหมดสิ้น พวกเราอาจจะได้เดินทางไปยังแดนไกล และต่อสู้เพื่อผู้คนที่กำลังทุกข์ทรมานมากขึ้นนะ" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Nefer...", "Context": "ต้องขอบคุณเคหาสน์แห่งความลับที่ช่วยดูแล ทำให้การปฏิบัติภารกิจของพวกเราในเมือง Nasha สะดวกสบายขึ้นมาก ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน ได้ยินว่าก่อนที่คุณ Nefer จะมาที่ Nod-Krai ทหารประภาคารมักจะปะทะกับ พวกแก๊งที่ไม่เคารพกฎอยู่บ่อย ๆ จนพ่อเฒ่าถึงกับปวดหัวไปตาม ๆ กัน... ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว แต่ว่าคุณ Nefer ก็ชอบแกล้งฉันเหมือนกับคุณ Flins ทำเอาฉันปวดหัวด้วยเหมือนกัน" }, { "Title": "เกี่ยวกับ Aino...", "Context": "เวลาจะซ่อมกลไกที่ซับซ้อน พวกเราผู้เฝ้าประภาคารมักจะขอให้คุณ Aino มาช่วยซ่อมให้ แต่ดูเหมือนเธอจะอยากสอนพวกเราจริง ๆ... มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลังจากที่เธอเห็นฉันซ่อมกลไกด้วยตัวเอง เธอก็โวยวายจะลากฉันไปเรียนให้ได้... หืม? ถามว่าฉันซ่อมยังไงน่ะเหรอ? แน่นอนว่าฉันก็เรียนรู้มาจากพ่อน่ะสิ ถ้ากลไกไม่ทำงาน แค่ทุบแรง ๆ สองทีก็หายแล้ว ใครจะไปรู้ว่าเธอจะโกรธขนาดนั้น..." }, { "Title": "เกี่ยวกับ Linnea...", "Context": "ภูตสาวอย่างคุณ Linnea นั้นหาได้ยากมาก แม้แต่ใน Nod-Krai ที่มีผู้คนสารพัดรูปแบบอยู่ก็ตาม ก่อนที่จะได้รู้จักเธอ ฉันคิดว่าเธอจะเป็นคนสุขุมกว่านี้ แต่ไม่นึกว่าครั้งแรกที่ได้พบกัน พอเธอเห็น Aedon เธอก็พุ่งเข้าหาด้วยดวงตาเป็นประกายทันที... Aedon เป็นนกสื่อสารที่ไม่เคยถอย แม้เผชิญหน้ากับการล่าอันบ้าคลั่ง แต่ตอนนี้ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของเธอ มันจะรีบหลบเข้าไปในตะเกียงทันที และไม่ยอมออกมาเลย..." }, { "Title": "เกี่ยวกับ \"เทพจันทรา\"...", "Context": "Nod-Krai เป็นสวรรค์ของ \"มนุษย์\" เส้นทางนี้ปูลาดด้วยเลือดและกระดูกของทหารประภาคารนับร้อยนับพันตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา แม้ว่าวันนี้จะมีเทพองค์ใหม่มาเยือน แต่วิถีการดำรงชีวิตของ Nod-Krai ก็คงไม่เปลี่ยนแปลงไปหรอก ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจคุณ \"เทพจันทรา\" คนนั้นหรอกนะ... แค่ฉันคิดว่า แทนที่จะรอให้คนอื่นมาช่วย การมีพลังที่สามารถปกป้องคนรอบข้างได้นั้นมันสบายใจกว่า" }, { "Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Illuga - 1", "Context": "อยากรู้อดีตของฉันเหรอ? อืม... ขอนึกดูก่อนนะ... ดูเหมือนจะไม่มีส่วนไหนที่เล่าแล้วทำให้คนฟังมีความสุขได้เลยนะ เธอแน่ใจรึเปล่าว่าอยากฟังน่ะ?" }, { "Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Illuga - 2", "Context": "Aedon เป็นนกสื่อสารของฉัน ทุกครั้งที่ออกไปลาดตระเวนตอนกลางคืน ฉันจะพาเจ้านี่ไปด้วย มันไม่เพียงแต่คอยเตือนภัยรอบ ๆ ให้ฉัน แต่ยังช่วยส่องทางข้างหน้าให้สว่าง เป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้มากเลยล่ะ... หืม? เธอบอกว่าเดินทางมาหลายประเทศ ก็ไม่เคยเห็นนกที่เรืองแสงได้แบบนี้เลยเหรอ? เดี๋ยวนะ... หรือว่ามันจะไม่ใช่นกสื่อสารธรรมดาจริง ๆ..." }, { "Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Illuga - 3", "Context": "อย่างที่เธอเห็น ตะเกียงแห่งคำสาบานของฉันนั้น มีรูปแบบแตกต่างจากที่ทุกคนใช้ ไม่ใช่เพราะฉันเป็นหัวหน้าหน่วยแล้วได้รับสิทธิพิเศษอะไรหรอก มันเป็นไฟสัญญาณที่ฉันใช้ ตอนอยู่ในหน่วยพลาธิการ ต่อมาอุปกรณ์ของผู้เฝ้าประภาคาร ได้รับการอัปเกรดเป็นรุ่นใหม่ เหลือแค่อันสุดท้ายที่อยู่ในมือฉันนี่แหละ... คงเป็นเพราะฉันชินกับมันแล้วละมั้ง ทุกครั้งที่คิดจะเปลี่ยนมัน ถึงได้รู้สึกไม่สบายใจทุกทีเลย" }, { "Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Illuga - 4", "Context": "พ่อของฉันคือ Nikita เพื่อนร่วมงานต่างเรียกเขาว่าพ่อเฒ่า ถึงจะเรียกแบบนั้น แต่ฉันไม่รู้สึกว่าเขาแก่เลยสักนิด เขาจำสถานการณ์การจัดวางประภาคาร ในที่ต่าง ๆ ได้แม่นกว่าฉันซะอีก ฉันไม่เคยปิดบังเรื่องอะไรจากเขาได้เลย แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ฉันก็ยิ่งอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าวันหนึ่งเขาแก่ตัวลงจริง ๆ จะทำยังไงดี?" }, { "Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Illuga - 5", "Context": "เมื่อการล่าอันบ้าคลั่งมาถึง ฉันมักได้ยินเสียงโหยหวนของผู้ล่วงลับแทรกมากับสายลมที่โหมกระหน่ำเสมอ พอถึงเวลาแบบนี้ทีไร มันเหมือนกับว่าฉันได้ย้อนกลับไปยัง สมรภูมิที่เหมือนนรกนั้นอีกครั้ง กลับไปยังวันที่พ่อเก็บฉันมา บางทีตราบใดที่ การล่าอันบ้าคลั่งยังไม่ถูกกำจัดจนสิ้นซาก ฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนฉัน ก็คงไม่มีวันหายไป" }, { "Title": "งานอดิเรกของ Illuga...", "Context": "พอเธอพูดแบบนี้แล้ว ฉันก็เพิ่งนึกได้ว่า เวลาว่างของฉัน ก็เหมือนจะอยู่กับเพื่อนร่วมงานเหมือนกัน... ช่วงนี้ในหมู่ทหารประภาคารกำลังนิยมเล่นเกมที่เรียกว่า \"บอร์ดเกมสวมบทบาท\" พวกเรายังหาคนเล่นไม่ครบเลย เธอจะมาเล่นด้วยกันมั้ยล่ะ?" }, { "Title": "เรื่องกลุ้มใจของ Illuga...", "Context": "ฉันไม่สามารถอภัยให้กับเรื่องที่ว่า ผู้บริสุทธิ์ต้องมาสูญเสียชีวิตไปอย่างไร้เหตุผล จากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ความพยายามทั้งหมดที่ฉันทำไป ก็เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก" }, { "Title": "อาหารที่ชอบ...", "Context": "อาหารเหรอ... ฉันไม่ได้มีความชอบอะไรเป็นพิเศษหรอก สำหรับฉันแล้ว แค่ได้นั่งล้อมวงรอบกองไฟ กินข้าวกันอย่างครื้นเครงกับทุกคน ไม่ว่าจะทำอาหารอะไร มันก็คือเมนูที่อร่อยที่สุดแล้วล่ะ" }, { "Title": "อาหารที่เกลียด...", "Context": "ขอแค่เป็นอาหารร้อน ๆ ฉันก็โอเคหมด แต่อาหารเย็น ๆ อย่าเลยดีกว่า... ลองคิดดูสิ ถ้าต้องอยู่เวรยามตอนกลางคืนในฤดูหนาว แล้วต้องกินอาหารที่เย็นชืดอีก แค่คิดก็อดไม่ไหว อยากจะพูดอะไรที่ไม่น่าฟังแล้ว..." }, { "Title": "ได้รับของขวัญ - 1", "Context": "เป็นรสชาติที่น่าทึ่งมาก ช่วยบอกเคล็ดลับในการปรุงรสให้ฉันหน่อยได้มั้ย? ฉันอยากลองหัดทำดูบ้างน่ะ" }, { "Title": "ได้รับของขวัญ - 2", "Context": "ไม่เลวเลยแฮะ อยากให้เพื่อนร่วมงานได้ชิมบ้างจัง" }, { "Title": "ได้รับของขวัญ - 3", "Context": "อะแฮ่ม... หรือจะให้ฉันสอนเธอทำอาหาร เพิ่มอีกสักสองสามอย่างดีมั้ยล่ะ" }, { "Title": "วันเกิด...", "Context": "สุขสันต์วันเกิดนะ เพื่อนร่วมทีมที่รัก วันนี้อย่าเพิ่งไปสนใจคำขออะไรเลย แล้วก็ลืมเรื่องการผจญภัยไปก่อน วันสำคัญแบบนี้ ควรจะใช้เวลาทั้งวันอยู่กับเพื่อน ๆ กินดื่มให้เต็มที่แล้วนอนหลับให้สบาย เธอว่างั้นมั้ยล่ะ? ไม่ต้องห่วง ฉันจะคอยเฝ้าระวังให้เอง ถ้ามีเจ้าพวกน่ารำคาญหน้าไหน กล้ามากวนเธอละก็ ฉันจะใช้ตะเกียงในมือนี้ ไล่พวกเขาไปให้หมดเลย" }, { "Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - บทนำ", "Context": "ไม่นึกเลยว่าจะมีวิธีเพิ่มพลังแบบนี้ด้วย ได้ผลดีเกินคาดเลยแฮะ" }, { "Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - ชี้แจง", "Context": "พลังเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะปกป้องทุกคนได้อยู่ดี..." }, { "Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - มุมมองอื่น ๆ", "Context": "ขอบคุณนะที่สอนฉัน ช่วงนี้ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมาย และเริ่มมั่นใจในตัวเองขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ" }, { "Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - บทสรุป", "Context": "ฉันละอายใจจริง ๆ ที่ต้องรบกวนเธอมาตลอด แต่ตอนนี้ฉันแข็งแกร่งมากพอแล้ว ดังนั้นต่อจากนี้ ฉันหวังว่าเธอจะพึ่งพาฉันมากขึ้นอีกนิดนะ" }, { "Title": "สกิลธาตุ - 1", "Context": "ไปเถอะ Aedon!" }, { "Title": "สกิลธาตุ - 2", "Context": "ตอนนี้แหละ!" }, { "Title": "สกิลธาตุ - 3", "Context": "ฝากด้วยนะ!" }, { "Title": "สกิลธาตุ - 4", "Context": "เล็งเป้าเรียบร้อยแล้ว" }, { "Title": "สกิลธาตุ - 5", "Context": "แกหนีไม่รอดหรอก" }, { "Title": "สกิลธาตุ - 6", "Context": "ฉวยโอกาสตอนนี้แหละ!" }, { "Title": "ท่าไม้ตาย - 1", "Context": "ไม่มีเงามืดใดอยู่ใต้แสงตะเกียงของฉัน!" }, { "Title": "ท่าไม้ตาย - 2", "Context": "แสงสว่างจะลงทัณฑ์แกเอง!" }, { "Title": "ท่าไม้ตาย - 3", "Context": "ต้อนรับแสงอรุณรุ่ง!" }, { "Title": "เปิดหีบสมบัติ - 1", "Context": "สมบัติควรมอบให้กับผู้ที่ต้องการมัน" }, { "Title": "เปิดหีบสมบัติ - 2", "Context": "ไม่ใช่กับดักแฮะ ดูเหมือนฉันจะคิดมากเกินไปเอง" }, { "Title": "เปิดหีบสมบัติ - 3", "Context": "ก่อนหน้านี้ไม่ทันได้สังเกตเลย... ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนแล้ว" }, { "Title": "ค่าพลังชีวิตต่ำ - 1", "Context": "รู้สึกไม่ดีเลยแฮะ..." }, { "Title": "ค่าพลังชีวิตต่ำ - 2", "Context": "ฉันคงประเมินความสามารถของตัวเอง สูงไปหน่อย..." }, { "Title": "ค่าพลังชีวิตต่ำ - 3", "Context": "ขอกำลังเสริมตอนนี้ยังทันมั้ยนะ?" }, { "Title": "ค่าพลังชีวิตของเพื่อนต่ำ - 1", "Context": "อย่าหายไปจากสายตาฉัน" }, { "Title": "ค่าพลังชีวิตของเพื่อนต่ำ - 2", "Context": "ถึงตาฉันปกป้องเธอแล้ว" }, { "Title": "หมดสติ - 1", "Context": "ถ้าฉันพยายามให้มากกว่านี้อีกหน่อยละก็..." }, { "Title": "หมดสติ - 2", "Context": "อย่างน้อยก็ต้องนำข่าวกรองกลับไปให้ได้..." }, { "Title": "หมดสติ - 3", "Context": "ยังไง ฉันก็ปกป้องทุกคนไว้ไม่ได้อยู่ดี..." }, { "Title": "รับการโจมตีปกติ - 1", "Context": "บ้าจริง..." }, { "Title": "รับการโจมตีปกติ - 2", "Context": "ฉันประมาทเกินไป" }, { "Title": "โดนโจมตีอย่างหนัก - 1", "Context": "ยังพอไหว" }, { "Title": "โดนโจมตีอย่างหนัก - 2", "Context": "อดทนอีกหน่อยนะ" }, { "Title": "เข้าร่วมทีม - 1", "Context": "เข้าใจแล้ว นี่ก็เป็นหน้าที่ของทหารประภาคารเหมือนกัน" }, { "Title": "เข้าร่วมทีม - 2", "Context": "ให้ฉันถือตะเกียงให้เธอละกัน" }, { "Title": "เข้าร่วมทีม - 3", "Context": "ฉันจะพยายามไม่ทำให้เธอผิดหวัง" } ], "FetterStories": [ { "Title": "ข้อมูลตัวละคร", "Context": "ฤดูใบไม้ผลิของ Nod-Krai นั้นโหดร้ายมาก\nต่างจากแดนเหนือที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ซึ่งไม่เคยให้ความหวังใด ๆ แก่สิ่งมีชีวิตในผืนดินมาตั้งแต่แรก ฤดูใบไม้ผลิของ Nod-Krai กลับมอบความหวังจอมปลอมให้แก่ผู้คนเสมอ\nเมื่อฤดูหนาวอันหนาวเหน็บเพิ่งผ่านพ้นไป น้ำจากดินเยือกแข็งที่ละลายซึมลงสู่ผืนแผ่นดิน เมล็ดพันธุ์ที่ถูกฝังลึกอยู่ใต้ดินตั้งแต่ปีก่อน ได้ลิ้มรสความหวานชื่นและความชุ่มชื้นอีกครั้ง มันมักจะคิดไปว่า ศัตรูที่ทำลายลำต้นและใบของพวกมัน ได้หายไปตามกาลเวลาแล้ว ด้วยเหตุนี้ หน่อใหม่ทั้งหมดจึงดิ้นรนสุดกำลัง เพื่อโผล่หัวขึ้นมาจากรอยแตกของผืนดิน และหายใจรับอากาศบริสุทธิ์ที่ไม่ได้สัมผัสมานาน\nแต่นั่นเป็นเพียงความเข้าใจผิดที่หลอกตัวเอง เป็นกับดักที่วางไว้สำหรับผู้ที่ไม่รู้เวล่ำเวลา น้ำค้างแข็งในต้นฤดูใบไม้ผลิเพียงคืนเดียว ก็สามารถลบล้างความพยายามทั้งหมดของพวกมันได้ ทิ้งไว้เพียงความเหี่ยวเฉา ความพังทลาย และความว่างเปล่าเท่านั้น\nฤดูใบไม้ผลิของ Nod-Krai นั้นเจ้าเล่ห์นัก\nแต่หากผ่านพ้นลมพายุและน้ำแข็งที่ไร้สาเหตุครั้งแล้วครั้งเล่า และรอดชีวิตจากความโหดร้ายที่แม้แต่ผืนดินยังรู้สึกเหนื่อยล้ามาได้ แม้แต่ Winter Icelea ที่ธรรมดาที่สุด ก็จะได้รับแสงอาทิตย์ของตัวเองในโลกหลังความวิบัติ นี่คือรางวัลตอบแทนสำหรับความเข้มแข็งหรือความกล้าหาญ บางครั้งสองสิ่งนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก\nอาจเป็นเพราะเหตุนี้ ผู้เฝ้าประภาคารแห่ง Nod-Krai จึงมักเปรียบตนเองกับ Winter Icelea แต่มี Winter Icelea เพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น ที่สามารถผ่านพ้นฤดูหนาวอันโหดร้าย และความหนาวเหน็บในฤดูใบไม้ผลิได้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับต้นหญ้าแล้ว Illuga ที่เติบโตใต้ร่มประภาคารมาตั้งแต่เด็ก กลับปรารถนาที่จะเป็นแสงอาทิตย์มากกว่า\nในตำนานอีกเรื่องหนึ่งที่แพร่สะพัดในหมู่ผู้เฝ้าประภาคาร แต่คนนอกแทบไม่มีใครรู้ นกไนติงเกลที่คาบไส้ตะเกียงที่กำลังลุกไหม้จะโบยบินขึ้นสู่ปลายราตรี กลายเป็นดาวตกพาดผ่านท้องฟ้า และแสงที่ส่องสว่างยามอรุณนั้น ก็มาจากฟางที่ติดไฟในปากของพวกมัน\nIlluga ไม่ได้บอกพ่ออย่าง Nikita ว่าเขาชอบเรื่องราวนี้มากกว่า" }, { "Title": "เรื่องราวของตัวละคร 1", "Context": "เสียงนกหวีดอันไพเราะดังขึ้นพร้อมกับเรือโดยสารที่แล่นเข้าเทียบท่าใหม่ของเมือง Nasha อย่างช้า ๆ ผู้โดยสารบนเรือต่างทยอยลงจากเรือ โดยไม่รอให้เจ้าหน้าที่ท่าเรือตรวจสอบรายชื่อผู้เดินทางเข้าเมือง\nแน่นอนว่าขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองดั้งเดิมเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น Nod-Krai คือ \"สรวงสวรรค์\" ของผู้พเนจร ไม่ว่าจะรวยหรือจน สูงศักดิ์หรือต่ำต้อย ประตูเมืองก็จะเปิดต้อนรับทุกคนที่มาเคาะอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้มีเรื่องที่คาดไม่ถึงอยู่บ้าง เมื่อผู้จัดการท่าเรือที่มักจะเหม่อลอยอยู่เป็นประจำมาถึง กลับยังมีสามีภรรยาคู่หนึ่งเหลืออยู่บนเรือ\n\"ทั้งสองคนกำลังรอใครอยู่รึเปล่า?\"\nผู้จัดการท่าเรือเดินเข้าไปใกล้ เขาคิดว่าคู่สามีภรรยาคู่นี้อาจจะกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่าง\n\"ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก พวกเราคิดว่าต้องมีคนมาตรวจสอบเอกสารการเข้าเมืองของพวกเรา ภรรยาของฉันเป็นห่วงว่าถ้าพวกเราออกไปเองโดยพลการ อาจจะส่งผลกระทบต่องานของท่าเรือ ตอนนี้ดีแล้วล่ะที่ได้เจอคุณสักที\"\nสามีกล่าว ภรรยาของเขาหลบอยู่ด้านหลัง ดูเหมือนว่าเธอยังไม่ชินกับการออกมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน\nบางทีพวกเขาอาจเป็นคู่สามีภรรยาหนุ่มสาวที่ต้องดิ้นรนเพื่อปากท้อง ซึ่งหลงเชื่อคำโอ้อวดของกะลาสีเรือ แล้วตัดสินใจละทิ้งบ้านเกิด เพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือบางทีพวกเขาอาจเป็นหนุ่มยากจนกับคุณหนูที่หนีตามกันมา ขึ้นเรือโดยสารในยามค่ำคืนเพื่อต่อต้านกฎเกณฑ์ของสังคม\nแต่ความจริงจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ เพราะที่ Nod-Krai ไม่มีใครสนใจอดีตของคุณหรอก\nหลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้นแล้ว ผู้จัดการท่าเรือก็มองดูแผ่นหลังของพวกเขาที่ค่อย ๆ ห่างออกไป ด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก\nเดิมทีนั้นการหางานที่มั่นคงใน Nod-Krai เป็นเรื่องหรูหราสำหรับคนธรรมดา แต่โชคดีที่ตอนนี้เป็นยุคสมัยที่หาได้ยาก การล่าอันบ้าคลั่งที่เคยคุกคามพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน ก็ไม่ได้มีการโจมตีครั้งใหญ่มาหลายสิบปีแล้ว ความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวของคนในท้องถิ่นก็ค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกับการจากไปของผู้ที่เคยประสบเหตุการณ์เหล่านั้น กลายเป็นเพียงตำนานพื้นบ้านชวนขนลุกที่ถูกเล่าขาน พวกเขาจะได้ตั้งรกรากสร้างครอบครัวที่นี่ บางทีอาจจะมีลูกสักคน และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเหมือนในบทกวีชนบทโดยไม่ต้องเสี่ยงอันตราย\nแต่วันเวลาแบบนี้จะยังดำเนินต่อเนื่องไปได้จริง ๆ เหรอ?\n...\nภัยพิบัติมักจะมาถึงอย่างกะทันหันเสมอ เมื่อ Illuga ตื่นขึ้นมา สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขามีเพียงทะเลเพลิงเท่านั้น\nถ้านั่นเป็นไฟจริง ๆ มันควรจะเป็นสีแดงรึเปล่า? แต่สิ่งที่รายล้อมอยู่รอบเขา กลับเป็นกำแพงม่านอันมืดมนที่เต้นระบำราวกับเปลวไฟ เขานึกขึ้นได้ว่า ในเรื่องเล่าที่เคยได้ยินมา ก็เคยกล่าวถึงไฟสีดำ พร้อมกับเสียงหมาป่าหอนยามค่ำคืนนอกหน้าต่าง ประกอบกันเป็นฝันร้ายครั้งแรกของเขา\nบางทีมันอาจไม่ใช่ฝันร้าย หรือบางทีที่เรียกว่าฝันร้ายนั้น อาจเป็นเพียงการเปิดเผยความจริง ที่โลกความเป็นจริงไม่เคยบอกเราอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น\nถ้าเป็นเด็กทั่วไป ป่านนี้คงร้องไห้ไม่หยุดไปแล้ว แต่ Illuga จำได้ว่าหลังจากที่แม่เล่าเรื่องเกี่ยวกับไฟสีดำจบ แม่ก็บอกว่าห้ามร้องไห้ ไม่เช่นนั้นมอนสเตอร์ที่คอยเอาชีวิตจะตามหาเจอ ไม่นานเสียงร้องไห้รอบข้างก็เงียบลง เขาคิดว่า พวกเขาคงถูกมอนสเตอร์จับตัวไปหมดแล้วแน่ ๆ\nความเงียบสงัดนี้ดำเนินต่อไปนานแค่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้ Illuga เริ่มได้ยินเสียงแผ่วเบาในความมืด ราวกับเสียงเรียกจากนรก แต่ไม่นานเสียงแผ่วเบาเหล่านั้นก็หายไป และกลายมาเป็นเสียงฝีเท้าที่ก้าวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาพร้อมกับเสียงนั้น\n\"...เด็กน้อยที่น่าสงสาร กำลังตัวสั่นงันงกเลยสินะ... ก็ไม่แปลกหรอก รอบข้างมีแต่การล่าอันบ้าคลั่งอาละวาด ไม่มีกลิ่นอายของคนเป็นเลยสักนิด...\"\n\"ช่างเป็นแม่ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ เพื่อปกป้องลูกแล้ว ถึงกับยอม... การที่รอดชีวิตมาได้ในสภาพแวดล้อมแบบนี้... ต่อไปจะต้องเติบโตเป็นคนที่เข้มแข็งแน่ ๆ เลย\"\nการสูญเสียพ่อแม่และทุกสิ่งทุกอย่างยกเว้นร่างกายนั้น กลับทำให้ Illuga รู้สึกราวกับเพิ่งตื่นจากความฝันในอีกโลกหนึ่ง เขารอดชีวิตจากหายนะครั้งนั้นมาได้จริง ๆ หรือ? ที่จริงแล้ว เขาแทบจะนึกชื่อของพ่อแม่ไม่ออกด้วยซ้ำ บางทีการล่าอันบ้าคลั่งอาจจะลบทิ้งทุกสิ่งที่เขาเคยเรียกว่า \"บ้าน\" พร้อมกับลบชีวิตในอดีตของเขาไปด้วย เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ไม่อาจเติมเต็มเท่านั้น\nแต่เมื่อเวลาผ่านไปนานพอ แผลลึกแค่ไหนก็ย่อมตกสะเก็ด โชคดีที่ที่นี่คือ Nod-Krai ไม่มีใครสนใจจะถามถึงอดีตของคุณหรอก" }, { "Title": "เรื่องราวของตัวละคร 2", "Context": "เมื่อเทียบกับเมือง Nasha ที่คึกคักและพลุกพล่านแล้ว เมือง Piramida ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาแห่งนี้ ดูคล้ายป้อมปราการทางทหารมากกว่า เมืองถูกสร้างขึ้นรอบ ๆ หอคอยสูง ราวกับเป็นนักรบที่ยืนตระหง่านอยู่บนที่ราบรกร้าง คอยเฝ้ามองอย่างโดดเดี่ยวภายใต้ท้องฟ้าสีคราม\nนอกจากพ่อค้าที่นำสินค้าหายากมาขายเป็นครั้งคราวแล้ว ผู้อาศัยส่วนใหญ่ของที่นี่ ล้วนแต่เป็นทหารประภาคารทั้งสิ้น ซึ่ง Illuga ก็ได้ใช้ช่วงเวลาที่สงบสุขช่วงนึงที่นี่\nทหารประภาคารที่พาเขาออกมาจากเถ้าถ่านของเปลวไฟที่ลุกโชน มีชื่อว่า Nikita ซึ่งเพิ่งได้รับตำแหน่งหัวหน้าประภาคารไม่นาน... ถึงจะพูดว่าได้รับตำแหน่ง แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการต้องสร้างทีมขึ้นมาใหม่เท่าไหร่ เพราะทหารประภาคารที่รอดชีวิตจากสงครามครั้งก่อนนั้น มีอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น\nแต่หลังจากที่ผ่านภัยพิบัติครั้งนี้มา ชาวหมู่เกาะ Lempo ก็เริ่มตระหนักว่า ตำนานอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าเหลวไหล และมีคนหนุ่มสาวผู้มีอุดมการณ์หลายคน ก้าวออกมาเข้าร่วมกับทีมพิทักษ์ราตรี\nทหารประภาคารที่เพิ่งเข้าร่วมใหม่เรียก Nikita ว่าพ่อเฒ่าด้วยความสนิทสนม ทั้งที่เขาไม่ได้แก่เลย มองยังไงก็เป็นแค่ชายวัยกลางคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเท่านั้น แต่เขาเป็นคนละเอียดอ่อน เขามักจะจัดวางทุกคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเสมอ ทำให้ทุกคนเต็มใจที่จะอยู่ในทีมผู้เฝ้าประภาคารต่อไป\nสำหรับองค์กรที่ต้องละทิ้งชีวิตที่สุขสบาย และเผชิญกับอันตรายตลอดเวลา โดยได้รับเพียงเกียรติยศเป็นผลตอบแทนเท่านั้น นี่นับเป็นปาฏิหาริย์อย่างหนึ่งเลยทีเดียว\nแต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Illuga ตัวน้อยในตอนนี้\nในช่วงหนึ่งถึงสองปีแรก Nikita เป็นผู้ดูแล Illuga ด้วยตัวเอง ชายคนนี้ไม่ได้สอนเคล็ดลับการใช้ชีวิตอะไรมากมาย เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากนัก แต่กลับทำให้ Illuga ได้เรียนรู้เทคนิคการต่อสู้มากมายจากเขา ทั้งวิธีสืบหาร่องรอยของอสูร และวิธีการจู่โจมเพื่อสังหารในจังหวะที่ไม่คาดคิด Illuga เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าเมื่อไหร่ที่เขามุ่งความสนใจไปที่การต่อสู้เบื้องหน้า ฝันร้ายก็ไล่ตามเขาไม่ทันแล้ว\nแต่ไม่นานหลังจากนั้น อาจเป็นเพราะ Nikita รู้สึกว่าหากสอนแบบนี้อาจทำให้เด็กหลงผิด อีกทั้งกองกำลังก็ขยายใหญ่ขึ้น กิจการทางทหารก็เพิ่มมากขึ้นด้วย เขาจึงตัดสินใจจัดที่พักแยกต่างหาก ให้กับเด็กกำพร้าจากสงครามที่ลี้ภัยอยู่ในเมือง Piramida และจัดหาผู้ดูแลพิเศษมาคอยดูแลพวกเขา\nในบรรดาเด็ก ๆ เหล่านี้ Illuga มีอายุมากที่สุด จึงสามารถเดินทางไปมาในเมืองได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแล ผู้เฝ้าประภาคารเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ มีลุงป้าน้าอาที่คอยดูแลเขาเสมือนลูกของตัวเองอยู่ไม่น้อย แต่ Illuga กลับรักษาระยะห่างกับความหวังดีของผู้ใหญ่อย่างระมัดระวัง นอกจากช่วยดูแลเด็ก ๆ ที่อายุน้อยกว่าแล้ว เขาก็มักจะเอาเวลาที่เหลือหลบไปอยู่ในห้องเก็บแฟ้มประวัติของผู้เฝ้าประภาคารเพียงลำพัง และจมอยู่กับเอกสารที่น่าเบื่อหน่าย\nเอกสารเหล่านั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้กล้า แต่ไม่มีสักเรื่องที่จบลงด้วยชัยชนะ ทุกบันทึกล้วนจบลงด้วยประโยค ที่เหมือนสูตรสำเร็จว่า \"ทหารประภาคารผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ ได้สละชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเกิดเมืองนอน\"\n\"บ้าน\" งั้นหรือ? Illuga หลีกเลี่ยงแนวคิดนี้โดยไม่รู้ตัว ที่จริงแล้วเขาถือว่าที่นี่คือบ้านของตัวเองมานานแล้ว แต่ไม่เคยพูดออกมาเลยสักครั้ง ราวกับว่าถ้าไม่แตะต้องมัน ก็จะสามารถหลอกลวงโลกได้" }, { "Title": "เรื่องราวของตัวละคร 3", "Context": "ชีวิตส่วนใหญ่ในเมือง Piramida ตลอดทั้งปีนั้นเหมือนกับการฝึกตน โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ๆ แล้ว ยิ่งแทบไม่มีความสนุกสนานใหม่ ๆ เลย มีเพียงแค่ช่วงที่มีการจัดงานเลี้ยง ที่โถงเบียร์ชั้นบนสุดเท่านั้น ที่เหล่าทหารประภาคารซึ่งออกไปปฏิบัติภารกิจจะกลับมายังปราสาท ทำให้ป้อมปราการที่เงียบเหงาคึกคักขึ้นมาบ้าง\nทุกครั้งที่ถึงเวลานี้ เด็ก ๆ ที่โตหน่อยจะช่วยงานในครัวหลัง สำหรับพวกเขาแล้ว ความหมายที่สำคัญที่สุดของงานเลี้ยง คือการได้ลิ้มลองอาหารเลิศรสที่หาชิมได้ยากในยามปกติ ซึ่ง Illuga ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน ทหารประภาคารที่กลับมาจะนำวัตถุดิบจากที่ต่าง ๆ มาด้วย เขาจึงได้เรียนรู้เทคนิคการทำอาหารมากมายจากป้า ๆ ในครัวหลัง\nตามกฎที่หัวหน้าประภาคารกำหนดไว้ เด็ก ๆ จะได้รับอนุญาตให้ร่วมโต๊ะได้ ก็ต่อเมื่องานเลี้ยงของผู้ใหญ่สิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น Nikita ให้เหตุผลว่า \"เด็กดื่มเหล้าไม่ได้\" เป็นข้ออ้างที่หลอกได้แค่เด็ก ๆ เท่านั้นแหละ Illuga คิดในใจ เขาไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว\nด้วยเหตุนี้ เขาจึงแอบย่องเข้าไปในโถงตอนที่ผู้ใหญ่ไม่ทันสังเกต เพราะอยากรู้ว่าพวกเขาแอบกินของอร่อยอะไรกัน แต่กลับกลายเป็นว่าเขาได้เห็นผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ ต่างพากันร่ำไห้หลังดื่มเหล้า จนไม่มีใครสังเกตเห็นเขาเลย\nงานเลี้ยงไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนมีความสุขหรอกเหรอ? ทำไมทุกคนถึงดูเศร้าขนาดนี้ล่ะ Illuga เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจ\nเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ไม่รู้ว่าทำไมงานเลี้ยงถึงจัดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผู้ใหญ่กลับไม่ได้รู้สึกดีใจเลย กลับกันแล้ว พวกเขายิ่งปิดบังสีหน้าหม่นหมองได้ยากขึ้นทุกที\nแม้แต่ Illuga ก็ยังรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ ลุงที่มักจะมอบพาย Lakkaberry ให้เขาทุกครั้ง ที่เห็นเขามาที่ห้องเก็บแฟ้มประวัติ ก็ไม่เคยเห็นหน้าอีกเลยหลังจากผ่านฤดูหนาวไป ป้าที่เคยสอนเขาทำขนมปังข้าง ๆ เตาอบ จู่ ๆ วันหนึ่งก็กลายเป็น พี่ชายหน้าใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก เขาเคยถามผู้ใหญ่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็ได้รับแต่คำตอบที่คลุมเครือ\nในงานเลี้ยงครั้งที่สี่ของปีนี้ ห้องครัวขาดแคลนคนงานจนถึงขั้นที่ Illuga ต้องพาเด็ก ๆ มาช่วยเตรียมอาหารเรียกน้ำย่อยให้ทุกคน ในที่สุดครั้งนี้ เขาก็ได้เข้าไปในโถงตอนที่งานเลี้ยงเริ่มขึ้นเสียที\nทุกอย่างเงียบสงัด Illuga ที่กำลังถือถาดอาหารอยู่เห็นทหารประภาคารทั้งหมดยืนตรงอย่างเคร่งขรึม กำลังรินเหล้าเพื่อบูชาสู่ท้องฟ้า เสียงจานกระเบื้องแตกกังวานทำลายความเงียบงันในช่วงไว้อาลัย เขาคล้ายจะเข้าใจทุกอย่างในทันใด น้ำตาก็ไหลพรั่งพรูออกมา\nที่โถงเบียร์ที่อยู่ชั้นบนสุดของเมือง Piramida งานเลี้ยงของที่นี่มักจะจัดขึ้นหลังจากได้รับชัยชนะอันขมขื่น ผู้ใหญ่ช่วยกันประดิษฐ์โครงกระดาษแข็งที่เปราะบาง เพื่อกั้นเด็ก ๆ ออกจากความจริงอันโหดร้าย แต่รอยเลือดของความจริงนั้น กลับแทรกซึมผ่านกระดาษเข้ามาโดยไม่รู้ตัว\nบางที Illuga อาจจะรู้ตัวมาตั้งนานแล้ว เขาเคยเห็นฉากที่โหดร้ายยิ่งกว่านี้มาก่อน ในทุก ๆ ฝันร้ายที่คาดไม่ถึง เขาคิดว่าตราบใดที่หลบซ่อนตัวในความมืดเหมือนเมื่อก่อน ก็จะไม่ถูกมอนสเตอร์พบเจอแล้ว จนกระทั่งเขาพบว่าเม็ดทรายที่พยายามอุ้มไว้ในมือ แท้จริงแล้วกำลังไหลผ่านมือเขาไปตลอดเวลา\nทรายจะต้องไหลจนหมดสักวันหนึ่ง เขาคิด เช่นเดียวกับที่ตัวเขาเองก็จะต้องถูกฝันร้ายไล่ตามทันในไม่ช้า ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง เขาต้องทำอะไรสักอย่างไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม อย่างน้อยก็ต้องทำให้ ทรายในมือไหลช้าลงสักหน่อย\nในที่สุด เขาก็ตัดสินใจได้แล้ว เขารู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก และเดินมุ่งหน้าไปยังศูนย์บัญชาการของพ่อ Nikita" }, { "Title": "เรื่องราวของตัวละคร 4", "Context": "ยามดึก ศูนย์บัญชาการของหัวหน้าประภาคาร Nikita ยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟ\nแม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว ทหารประภาคารมักจะปรากฏในยามค่ำคืน ราวกับว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องหลับเลย\nแต่แน่นอนว่านั่นเป็นความเข้าใจผิด ที่จริงแล้ว ในฐานะหัวหน้าประภาคาร Nikita ได้จัดตารางเวรยามกลางคืนที่รัดกุมสำหรับผู้เฝ้าประภาคาร เพื่อให้แน่ใจว่า ทุกคนได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ และมีพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับปฏิบัติภารกิจ\nแน่นอนว่า Nikita เองก็รวมอยู่ในนั้นด้วย อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบทำงานจนดึกดื่น ดังนั้นสถานการณ์เช่นนี้จึงเกิดขึ้นได้ยากมาก\nบนโต๊ะในศูนย์บัญชาการ รายงานที่จัดการเสร็จแล้วจะถูกกองไว้ที่มุมหนึ่ง ตรงหน้าของ Nikita มีเพียงจดหมายบาง ๆ หนึ่งปึก ชายวัยกลางคนร่างกำยำผู้นี้ยันมือบนโต๊ะ ดูเหมือนกำลังกลุ้มใจอย่างมาก\nในตอนนั้นเอง เปลวไฟสีครามก็วาบผ่านกำแพงไป\nNikita สังเกตเห็นแน่นอน แต่เขาดูจะชินกับเรื่องนี้แล้ว\n\"ดีใจที่ได้พบนะ Flins แต่ถ้าหากครั้งหน้านายเข้ามาทางประตูหน้า ฉันจะดีใจมากกว่านี้นะ\"\n\"ระหว่างที่ลาดตระเวนตอนกลางคืน ผมเห็นที่นี่ยังเปิดไฟอยู่ก็เลยแวะมาทักทาย\" เปลวไฟสีครามแปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างคน แต่ไม่ได้ตอบรับคำพูดของเขา กลับเลือกที่จะลากเก้าอี้ข้างโต๊ะมานั่งแทน\n\"พูดถึงเรื่องลาดตระเวนตอนกลางคืน ช่วงนี้คงต้องรบกวนนายมากหน่อยนะ การต่อสู้หลายครั้งในปีนี้มีผู้บาดเจ็บล้มตายมากมาย จนตอนนี้ไม่มีกำลังคนจริง ๆ...\"\n\"เมื่อกำลังคนในองค์กรขาดแคลน ผมก็ควรช่วยแบ่งเบาภาระให้มากขึ้นอยู่แล้ว\" Flins พูดด้วยท่าทีจริงจัง ทั้งที่จริงเขาไม่เคยดูตารางลาดตระเวนเลยสักครั้ง \"ช่วงนี้การรับสมัครคนใหม่ก็ไม่ค่อยดีเหรอ?\"\n\"การต่อสู้ที่โหดร้ายขนาดนั้น ทำให้หลายคนถอยหนีไป\" Nikita ยิ้มขื่น \"พวกเขาล้วนเป็นคนหนุ่มที่มีอนาคตไกล แต่ฉันกลับต้องส่งพวกเขาเข้าสู่สนามรบ\"\n\"บางทีนี่อาจเป็นบาปที่หัวหน้าประภาคารต้องแบกรับละมั้ง\" ไม่รู้ว่าคำพูดนี้เป็นการปลอบใจ หรือแค่การชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงกันแน่ Flins เหลือบเห็นจดหมายบนโต๊ะ \"นี่ก็เป็นคนที่มาสมัครเข้าร่วมเหรอ?\"\n\"ลองดูสิ นายก็รู้จักเด็กคนนี้เหมือนกัน\" Nikita ยื่นจดหมายให้\n\"Illuga... อ๋อผมนึกออกแล้ว เขาคือเด็กที่คุณช่วยกลับมาตอนนั้นนี่\"\n\"ที่ฉันช่วยพวกเขากลับมา ไม่ใช่เพื่อจะเลี้ยงดูทหารหนุ่มเพิ่มหรอกนะ เขาควรจะมีอนาคตที่สดใส ไม่ใช่ตายอยู่ในสนามรบ\"\n\"แต่คุณก็ต้องการความช่วยเหลือจากเขาจริง ๆ ใช่มั้ย?\" Flins ย้อนถาม \"ฝีมือของเขาเป็นยังไงบ้างล่ะ?\"\n\"เขามีทักษะการต่อสู้ที่สมบูรณ์แบบ เวลาเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ก็แสดงความกล้าหาญ ราวกับไม่ใช่เด็กเลยล่ะ\"\n\"คุณเป็นคนสอนเหรอ?\"\nNikita เงียบไป\nผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงได้ถอนหายใจยาว \"เฮ้อ ฉันน่าจะหาครอบครัวดี ๆ ให้เขาไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่แรก แทนที่จะให้เขาอยู่ในปราสาทหลังนี้ และเดินตามเส้นทางเดียวกับฉัน แต่นายก็รู้นี่ พวกที่เมือง Nasha นั่น ยากจะรู้ว่าพวกเขาเป็นคนยังไงกันแน่ ใครจะไปรู้ว่าชาวเมืองที่ดูไร้พิษภัยพวกนั้น จะแอบเป็นพวกนักต้มตุ๋นที่แอบแฝงตัวมาแบบเนียน ๆ รึเปล่า...\"\n\"ใกล้สว่างแล้ว ผมต้องขอตัวก่อนแล้วล่ะ\" Flins รู้ว่าหัวหน้าประภาคารได้คำตอบในใจแล้ว เขาจึงลุกขึ้นวางจดหมายกลับลงบนโต๊ะ แล้วออกจากศูนย์บัญชาการไป\nแน่นอนว่าคราวนี้เขาเดินออกทางประตูหน้า\nเมื่อเห็นว่ามีคนเดินออกมา Illuga ที่ยืนรออยู่หน้าศูนย์บัญชาการมาตลอดก็รู้สึกสงสัย เขาเข้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? หรือว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนที่ยืนรออยู่หน้าประตูถึงได้มองไม่เห็น?\nก่อนที่ Illuga จะทันได้เอ่ยปากถาม ทหารประภาคารที่เดินสวนมาก็พูดขึ้นก่อน\n\"รีบเข้าไปเถอะ พ่อเฒ่ารออยู่ข้างใน\" พูดจบก็เขาหายไปในม่านราตรี\nดวงดาวยามเช้าได้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออก ผืนแผ่นดินที่ปกคลุมด้วยความมืดมิด กำลังจะต้อนรับแสงอรุณรุ่งอันสว่างไสว" }, { "Title": "เรื่องราวของตัวละคร 5", "Context": "Illuga ได้เข้าร่วมกับผู้เฝ้าประภาคารอย่างที่ปรารถนา\nอาจเป็นเพราะ Nikita ยังไม่โหดพอที่จะส่งเด็กไปยังสนามรบ เขาจึงถูกส่งไปประจำการที่หน่วยพลาธิการ Illuga จึงพบว่างานที่เขาทำอยู่ตอนนี้ ไม่ได้ต่างจากสิ่งที่เขาทำก่อนเข้าร่วมผู้เฝ้าประภาคารมากนัก\nเขาอยากไปแย้งกับ Nikita เพื่อขอให้ส่งตัวเองไปยังพื้นที่ที่อันตรายที่สุด เพราะนั่นถึงจะเป็นการยอมรับในความสามารถของเขา แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงอยู่ในหน่วยพลาธิการอย่างว่าง่าย เพราะเขาเชื่อว่าการจัดการของพ่อคงมีเหตุผลบางอย่าง\nแต่อย่างน้อยตอนนี้ ก็มีอย่างหนึ่งที่แตกต่างจากเมื่อก่อน ในที่สุดเขาก็สามารถเปิดใจให้กับทุกคนได้แล้ว อาจเป็นเพราะต้องการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผู้คนเกือบทั้งหมดใน Piramida จึงรู้สึกได้ถึงความปรารถนาดีของเขา ในเมื่อตอนนี้เขาก็เป็นหนึ่งในผู้เฝ้าประภาคารแล้ว การจะมองเพื่อนร่วมงานเป็นครอบครัว ก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วรึเปล่า?\nงานหน่วยพลาธิการมีมากมาย ทั้งการจัดเตรียมทรัพยากร จัดระเบียบรายงาน และส่งต่อข้อมูล ไม่นานเขาก็เดินทางไปทั่วทุกฐานทัพทั้งเล็กและใหญ่ของผู้เฝ้าประภาคาร จนไม่มีทหารประภาคารคนใดใน Nod-Krai ที่ไม่รู้จักชายหนุ่มผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นคนนี้\nเขาจดจำทุกคนอย่างจริงจัง ทั้งจ่าสิบเอก Marushkin ผู้เข้มงวด, รุ่นพี่ Olav ผู้สุขุมและใจเย็น, Ivar ผู้มองโลกในแง่ดีและกระตือรือร้นอยู่เสมอ, พี่น้อง Rollon... แม้จะเพียงแค่พบกันครั้งเดียว เขาก็ปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนครอบครัว\nส่วนในเรื่องของความละเอียดอ่อน เขาอาจจะสืบทอดมาจาก Nikita ในระหว่างการออกปฏิบัติภารกิจ เขาถึงขั้นเตรียมอาหารที่แต่ละคนชื่นชอบไปด้วย เวลาที่ใครสักคนพูดขึ้นว่า \"ถ้ามีสิ่งนี้กินก็คงจะดี\" พวกเขาก็มักจะได้รับเซอร์ไพรส์จากเขาเสมอ\nผู้ที่เข้าร่วมเป็นทหารประภาคารล้วนมีเรื่องราวอันขมขื่นในอดีต ในแง่หนึ่งเขาได้เติมเต็มความว่างเปล่าในหัวใจของเพื่อนร่วมงานหลายคน และความว่างเปล่าในใจของเขาเอง ก็อาจจะกำลังค่อย ๆ เติมเต็มด้วยการมีอยู่ของ \"บ้าน\" เช่นกัน\nเพื่อนร่วมงานที่ได้รับการดูแลจากเขา มักจะถามเขาว่าชอบกินอะไร แต่อาจเป็นเพราะไม่อยากสร้างภาระการตอบแทนให้คนอื่น หรืออาจเพราะตัวเขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน ในเวลาแบบนั้น เขาจึงมักจะเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นอย่างแนบเนียนและชาญฉลาดเสมอ\nแต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็ยังจัดเซอร์ไพรส์ให้เขา ในวาระครบหนึ่งปีที่เขาเข้าร่วมกับผู้เฝ้าประภาคาร แต่ละคนนำวัตถุดิบที่เตรียมมาอย่างพิถีพิถันมารวมกันใส่ในหม้อ ทุกคนพากันนั่งล้อมรอบกองไฟ และใช้เวลายามค่ำคืนร่วมกันอย่างครึกครื้น\nวันต่อมา Illuga ได้รับคำสั่งให้ย้ายไปเข้าร่วมหน่วยสืบสวน เมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อนร่วมทีมต่างก็เชื่อมั่นว่า ชายหนุ่มคนนี้จะนำพวกเขาไปสู่อนาคตอันสดใส เช่นเดียวกับที่ Illuga เองก็ไว้วางใจในตัวพวกเขาเช่นกัน\nบางทีนี่อาจจะเป็นความตั้งใจของพ่อก็ได้" }, { "Title": "\"Aedon\"", "Context": "ที่ Nod-Krai มีสิ่งมีชีวิตมากมายที่ทำให้นักเดินทางต่างถิ่นต้องประหลาดใจ เนื่องจากพวกมันได้วิวัฒนาการไปในทางที่พิเศษ เนื่องจากอิทธิพลของแรงจันทราผัน\nสัตว์ร้ายที่ก้าวย่างบนสายฟ้า พร้อมเขาที่ลอยไหวอยู่กลางอากาศ ผลไม้ที่งอกออกมาจากรากพืชและวิ่งหนีซ่อนตัวไปทั่ว รวมไปถึงแมลงยักษ์ที่พบเห็นได้เฉพาะในยุคดึกดำบรรพ์\nเมื่อเทียบกับสิ่งเหล่านั้น นกไนติงเกลที่เปล่งประกายสีทองอร่ามอยู่ตลอดเวลา ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสินะ?\nIlluga พบกับ Aedon เป็นครั้งแรกในระหว่างปฏิบัติภารกิจอันตราย ตอนนั้นเขาพลัดหลงกับเพื่อนร่วมทีมทุกคน และหลงทางอยู่ในป่าดำมืดที่ทอดยาวไร้ที่สิ้นสุด... เมื่อนึกย้อนกลับไป นั่นคงเป็นม่านหมอกและภาพลวงตาที่สร้างขึ้นโดยการล่าอันบ้าคลั่ง เพราะที่ Nod-Krai ไม่มีป่าที่ลึกขนาดนั้น\nเขาวิ่งไล่ตามแสงริบหรี่ท่ามกลางความมืด แสงนั้นนำทางให้เขาออกจากป่าได้ในที่สุด จนกระทั่งแสงจันทร์ส่องทะลุม่านหมอกลงมา เขาจึงได้เห็นที่มาของแสงนั้น มันคือนกตัวหนึ่งที่ใสราวกับคริสตัล\nหลังจากนั้น นกตัวนี้ก็มักจะติดตามเขาไปทุกที่ คอยช่วยแก้ปัญหายุ่งยากมากมาย ไม่ว่า Illuga จะตั้งค่ายที่ไหน เขาก็จะเว้นตำแหน่งไว้ให้มันที่หน้าประตูเสมอ\nสำหรับ Illuga แล้ว Aedon คือเพื่อนที่ไว้ใจได้ แม้ว่าภายหลังจะได้รู้จากปากของ Alia ว่ามันเคยเป็นนกไนติงเกลของผู้หล่อคบไฟ Solovei แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้นัก\nสิ่งมีชีวิตใต้แสงจันทร์ได้ปกป้องผืนแผ่นดินแห่งนี้มานาน พวกมันอยู่มานานกว่าผู้เฝ้าประภาคารเสียด้วยซ้ำ แม้แต่ก่อนที่มนุษย์จะย่างกรายมาถึงที่นี่ พวกมันก็ได้ต่อสู้กับความมืดนิรันดร์มาอย่างยาวนานแล้ว\nในเรื่องเล่าของนกไนติงเกลที่คาบกิ่งไม้ ดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างให้โลกมนุษย์นั้น แท้จริงแล้วเกิดจากการรวมตัวกันของฝูงนกนับพันที่คาบไส้ตะเกียงอันลุกโชน\nIlluga รู้สึกว่า Aedon ก็คือนกไนติงเกลในเรื่องนี้ และสักวันหนึ่งตัวเองก็จะกลายเป็นหนึ่งในนกเหล่านั้นเช่นเดียวกับ Aedon" }, { "Title": "วิชั่น", "Context": "Illuga ยืนนิ่งอยู่หน้าหลุมศพเป็นเวลานาน\nเมื่อเดือนที่แล้ว พวกเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ยากลำบากมา แม้จะเป็นเพียงภารกิจสำรวจตามปกติ แต่เพราะความผิดปกติที่เกิดขึ้นในโบราณสถานแห่งหนึ่ง ก่อให้เกิดฝูงการล่าอันบ้าคลั่งที่โหมกระหน่ำไปทั่วทางตอนเหนือของ Nod-Krai\nหลังจากส่งหน่วยรบหลายหน่วย และต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างหนัก ผู้เฝ้าประภาคารก็สามารถกำจัดมอนสเตอร์จนหมดสิ้นได้ในที่สุด แต่ก็มีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องเสียชีวิตไปด้วย\nหน่วยของ Illuga เป็นหน่วยแรกที่พบความผิดปกติ จึงเป็นหน่วยที่สูญเสียมากที่สุด หัวหน้า Olsson ยอมสละชีวิตอย่างกล้าหาญ เพื่อคุ้มกันให้คนอื่นถอนกำลัง ทำให้ในหน่วยเหลือเพียง Illuga และเพื่อนร่วมทีมอย่าง Ivar ที่เขาเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยไว้เท่านั้นที่รอดมา\nสุดท้าย คนที่รอดชีวิตมาได้ก็คือตัวเขาอีกแล้ว\nแน่นอน เขาไม่ได้ทำไปเพื่อเอาตัวรอด แต่เพื่อรีบกลับไปขอความช่วยเหลือที่สำนักงานใหญ่ เขาจึงต้องทิ้งเพื่อนร่วมทีมไว้ในสนามรบ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ\nแต่นี่เป็นเพียงการหลอกตัวเองรึเปล่านะ? คืนนั้น เขาได้ยินเสียงกระซิบที่คุ้นหูดังแว่วมาจากความมืด ราวกับกำลังเยาะเย้ยความขลาดของตน หากตอนนั้นเป็นตัวเขาเองที่อยู่รั้งท้าย บางทีอาจจะมีคนรอดชีวิตมากกว่านี้ อย่างน้อย Olsson ก็คงไม่ต้อง...\nแต่หลังจากสงครามครั้งใหญ่ หัวหน้าประภาคาร Nikita ได้ปิดผนึกหน้าผา Kipumaki ต้นกำเนิดของการล่าอันบ้าคลั่ง และไม่อนุญาตให้ใครเข้าใกล้ Illuga ไม่มีที่ระบายความทุกข์ในใจ ได้แต่เดินวนเวียนอยู่หน้าหลุมศพของเพื่อนร่วมทีมที่สละชีวิต เฝ้าค้นหาคำตอบที่ไม่มีอยู่จริง\nแต่ในวันนั้น เขาไม่ได้เป็นคนเดียวที่มายืนอยู่หน้าหลุมศพ\n\"คุณ Flins มาเยี่ยมเพื่อนร่วมทีมเหมือนกันเหรอ?\"\nทหารประภาคารที่ประจำการอยู่บนเกาะเล็ก ๆ อันเดียวดายแห่งนี้ ปัจจุบันไม่ได้สังกัดหน่วยใดเลย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีประสบการณ์การเป็นผู้เฝ้าประภาคารมายาวนานพอ ๆ กับพ่อเฒ่า Nikita ซึ่ง Illuga ก็คาดเดาว่าเขาคงมีเรื่องราวอันเจ็บปวดที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ และเรื่องราวเหล่านั้นก็ปกคลุมไปด้วยม่านแห่งความลึกลับเช่นเดียวกับตัวเขาเอง\n\"พวกเขามีที่อยู่อื่นแล้ว ส่วนสุสานตรงนี้สร้างขึ้นเพื่อรองรับเหล่านักรบที่เสียสละชีวิตในช่วงสิบปีที่ผ่านมา พ่อเฒ่าฝากให้ฉันมาดูว่ามีจุดไหนที่ต้องซ่อมแซมบ้าง เพราะฉันอยู่แถวสุสานตลอด เลยค่อนข้างมีประสบการณ์\"\nความจริงแล้ว Nikita ยังฝากให้ Flins ช่วยดูแลหนุ่มน้อยที่ดูหม่นหมองคนนั้นด้วย แต่ Flins ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้\nIlluga คิดว่า บางทีเขาควรจะเล่าเรื่องที่ทำให้ตัวเองกังวลให้รุ่นพี่ผู้เฝ้าประภาคารคนนี้ฟัง เพราะเขาผ่านการต่อสู้อันโหดร้ายมามากมาย จนมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ บางทีอาจจะตอบข้อสงสัยของเขาได้ แต่ Illuga เองก็ไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน ว่าตัวเองกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ บางทีเขาอาจจะแค่ต้องการโอกาสบางอย่าง เพื่อยืนยันคำตอบที่มีอยู่แล้วในใจของเขา\n\"คุณ Flins คิดว่าระหว่างความบุ่มบ่ามกับความขี้ขลาด อะไรคือสิ่งที่ทหารประภาคารให้อภัยไม่ได้มากกว่ากัน?\"\n\"นายคงเข้าใจผิดแล้วล่ะคุณชายน้อย การเข้าร่วมกับผู้เฝ้าประภาคาร เป็นการพิสูจน์ความกล้าหาญในตัวเองอยู่แล้ว ทหารประภาคารที่ซื่อสัตย์และเที่ยงตรง จะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อว่า การตัดสินใจของตัวเองทำไปด้วยความยุติธรรมล่ะ?\"\nหลังจากกลับมาจากสุสาน Illuga ได้ยื่นคำร้องขอเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวน เนื่องจาก Ivar บาดเจ็บจนพิการ ไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้อีกต่อไป และในหน่วยนี้ก็เหลือเพียงเขาคนเดียวแล้ว\nครั้งนี้เขาได้รับการตอบกลับอย่างรวดเร็ว ต่างจากตอนที่ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นผู้เฝ้าประภาคารครั้งก่อน แต่มันไม่เหมือนกับที่คาดไว้ จดหมายแต่งตั้งนั้นหนักอึ้ง เมื่อเปิดออก อัญมณีเปล่งประกายหนึ่งก็ร่วงลงมา เขาเคยเห็นอัญมณีที่ลักษณะคล้ายกันนี้จาก Flins มาก่อน จนกระทั่งตอนนี้เขาถึงได้เชื่อเรื่องที่ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้นั้น\nนี่เป็นของขวัญจากโลกอย่างแท้จริง อัญมณีที่อยู่ในมือนั้นช่างดูหนักอึ้ง ราวกับเป็นความรับผิดชอบที่เขากำลังจะแบกรับ" } ] }, "Costumes": [ { "Id": 212700, "Name": "มุ่งมั่นไม่เสื่อมคลาย", "Description": "คอสตูมของ Illuga เขาสั่งตัดชุดยูนิฟอร์มนี้ขึ้นมาเพื่อใช้ในการทำงาน แม้จะเรียกว่า \"ชุดยูนิฟอร์มสำหรับทำงาน\" แต่เนื่องจาก Illuga มีงานมากเกินไปจนแทบไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ดังนั้น ชุดนี้จึงนับได้ว่าเป็น \"ชุดประจำวัน\" ของ Illuga ไปแล้ว", "IsDefault": true } ], "CultivationItems": [ 104174, 113080, 101269, 112124, 104361, 113068 ], "NameCard": { "Name": "Illuga - วิหคนิทราทมิฬ", "Description": "ลายนามบัตร\nนกไนติงเกลที่ยืนหยัดผ่านพ้นความมืดมิดของค่ำคืนมาได้ จะตอบแทนโลกยามทิวาด้วยความเร่าร้อน และจะใช้ความเกรี้ยวกราดเผาผลาญฝันร้ายให้มอดไหม้จนสิ้น", "Icon": "UI_NameCardIcon_Illuga", "PicturePrefix": "UI_NameCardPic_Illuga" } }