{
"Id": 10000112,
"PromoteId": 112,
"Sort": 98,
"Body": 2,
"Icon": "UI_AvatarIcon_Escoffier",
"SideIcon": "UI_AvatarIcon_Side_Escoffier",
"Name": "Escoffier",
"Description": "อดีตหัวหน้าเชฟของโรงแรม Debord ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังใน Fontaine และเป็นผู้บุกเบิก \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" ที่มีฉายาแห่งเกียรติยศว่า \"แม่ทัพขนมหวาน\" ผู้มีมาตรฐานในการทำอาหารที่เข้มงวดอย่างยิ่ง",
"BeginTime": "2025-05-06T00:00:00+08:00",
"Quality": 5,
"Weapon": 13,
"BaseValue": {
"HpBase": 1039.1188,
"AttackBase": 26.999,
"DefenseBase": 56.95816
},
"GrowCurves": [
{
"Type": 1,
"Value": 21
},
{
"Type": 4,
"Value": 31
},
{
"Type": 7,
"Value": 21
}
],
"SkillDepot": {
"Arkhe": 2,
"Skills": [
{
"GroupId": 11231,
"Proud": {
"Descriptions": [
"ความเสียหายขั้น 1|{param1:F1P}",
"ความเสียหายขั้น 2|{param2:F1P}",
"ความเสียหายขั้น 3|{param3:F1P}+{param4:F1P}",
"ความเสียหายชาร์จโจมตี|{param5:F1P}",
"ชาร์จโจมตีใช้พลังกาย|{param6:F1} หน่วย",
"ความเสียหายพุ่งลง|{param7:F1P}",
"ความเสียหายพุ่งถึงพื้นจากที่ต่ำ/สูง|{param8:P}/{param9:P}"
],
"Parameters": [
{
"Id": 1123101,
"Level": 1,
"Parameters": [
0.51551,
0.475933,
0.329995,
0.403327,
1.15412,
25,
0.639324,
1.278377,
1.596762
]
},
{
"Id": 1123102,
"Level": 2,
"Parameters": [
0.55747,
0.514671,
0.356855,
0.436156,
1.24806,
25,
0.691362,
1.382431,
1.726731
]
},
{
"Id": 1123103,
"Level": 3,
"Parameters": [
0.59943,
0.55341,
0.383715,
0.468985,
1.342,
25,
0.7434,
1.486485,
1.8567
]
},
{
"Id": 1123104,
"Level": 4,
"Parameters": [
0.659373,
0.608751,
0.422087,
0.515884,
1.4762,
25,
0.81774,
1.635134,
2.04237
]
},
{
"Id": 1123105,
"Level": 5,
"Parameters": [
0.701333,
0.64749,
0.448947,
0.548712,
1.57014,
25,
0.869778,
1.739187,
2.172339
]
},
{
"Id": 1123106,
"Level": 6,
"Parameters": [
0.749287,
0.691762,
0.479644,
0.586231,
1.6775,
25,
0.92925,
1.858106,
2.320875
]
},
{
"Id": 1123107,
"Level": 7,
"Parameters": [
0.815225,
0.752638,
0.521852,
0.63782,
1.82512,
25,
1.011024,
2.02162,
2.525112
]
},
{
"Id": 1123108,
"Level": 8,
"Parameters": [
0.881162,
0.813513,
0.564061,
0.689408,
1.97274,
25,
1.092798,
2.185133,
2.729349
]
},
{
"Id": 1123109,
"Level": 9,
"Parameters": [
0.947099,
0.874388,
0.60627,
0.740996,
2.12036,
25,
1.174572,
2.348646,
2.933586
]
},
{
"Id": 1123110,
"Level": 10,
"Parameters": [
1.019031,
0.940797,
0.652316,
0.797274,
2.2814,
25,
1.26378,
2.527025,
3.15639
]
},
{
"Id": 1123111,
"Level": 11,
"Parameters": [
1.090963,
1.007206,
0.698361,
0.853553,
2.44244,
25,
1.352988,
2.705403,
3.379194
]
},
{
"Id": 1123112,
"Level": 12,
"Parameters": [
1.162894,
1.073615,
0.744407,
0.909831,
2.60348,
25,
1.442196,
2.883781,
3.601998
]
},
{
"Id": 1123113,
"Level": 13,
"Parameters": [
1.234826,
1.140025,
0.790453,
0.966109,
2.76452,
25,
1.531404,
3.062159,
3.824802
]
},
{
"Id": 1123114,
"Level": 14,
"Parameters": [
1.306757,
1.206434,
0.836499,
1.022387,
2.92556,
25,
1.620612,
3.240537,
4.047606
]
},
{
"Id": 1123115,
"Level": 15,
"Parameters": [
1.378689,
1.272843,
0.882544,
1.078666,
3.0866,
25,
1.70982,
3.418915,
4.27041
]
}
]
},
"Id": 11121,
"Name": "Kitchen Skills",
"Description": "โจมตีปกติ\nโจมตีด้วยหอกต่อเนื่องมากสุด 3 ครั้ง\n\nชาร์จโจมตี\nใช้พลังกายส่วนหนึ่งเพื่อทำการโจมตีงัดขึ้น\n\nโจมตีพุ่งลงจากอากาศ\nกระโจนจากกลางอากาศลงมายังพื้นดิน เพื่อโจมตีศัตรูที่อยู่ในเส้นทางการโจมตี โดยจะสร้างความเสียหายวงกว้างเมื่อลงถึงพื้น",
"Icon": "Skill_A_03"
},
{
"GroupId": 11232,
"Proud": {
"Descriptions": [
"ความเสียหายสกิล|{param1:F1P}",
"ความเสียหายพาร์เฟต์เยือกแข็ง|{param2:F1P}",
"ระยะเวลาโหมดจัดเก็บอุณหภูมิต่ำ|{param3:F1} วิ",
"ความเสียหาย Surging Blade|{param4:F1P}",
"ช่วงเวลาคูลดาวน์ Surging Blade|ทุก {param5:F1} วิ",
"#เวลาคูลดาวน์เมื่อ{LAYOUT_MOBILE#แตะ}{LAYOUT_PC#กด}{LAYOUT_PS#กด}|{param6:F1} วิ",
"#เวลาคูลดาวน์เมื่อ{LAYOUT_MOBILE#แตะค้าง}{LAYOUT_PC#กดค้าง}{LAYOUT_PS#กดค้าง}|{param7:F1} วิ"
],
"Parameters": [
{
"Id": 1123201,
"Level": 1,
"Parameters": [
0.504,
1.2,
20,
0.336,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123202,
"Level": 2,
"Parameters": [
0.5418,
1.29,
20,
0.3612,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123203,
"Level": 3,
"Parameters": [
0.5796,
1.38,
20,
0.3864,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123204,
"Level": 4,
"Parameters": [
0.63,
1.5,
20,
0.42,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123205,
"Level": 5,
"Parameters": [
0.6678,
1.59,
20,
0.4452,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123206,
"Level": 6,
"Parameters": [
0.7056,
1.68,
20,
0.4704,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123207,
"Level": 7,
"Parameters": [
0.756,
1.8,
20,
0.504,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123208,
"Level": 8,
"Parameters": [
0.8064,
1.92,
20,
0.5376,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123209,
"Level": 9,
"Parameters": [
0.8568,
2.04,
20,
0.5712,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123210,
"Level": 10,
"Parameters": [
0.9072,
2.16,
20,
0.6048,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123211,
"Level": 11,
"Parameters": [
0.9576,
2.28,
20,
0.6384,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123212,
"Level": 12,
"Parameters": [
1.008,
2.4,
20,
0.672,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123213,
"Level": 13,
"Parameters": [
1.071,
2.55,
20,
0.714,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123214,
"Level": 14,
"Parameters": [
1.134,
2.7,
20,
0.756,
10,
15,
6
]
},
{
"Id": 1123215,
"Level": 15,
"Parameters": [
1.197,
2.85,
20,
0.798,
10,
15,
6
]
}
]
},
"Id": 11122,
"Name": "Low-Temperature Cooking",
"Description": "#เชิญเป็นสักขีพยาน ต่อความหมายที่แท้จริงของ \"การทำอาหาร\"! การกดและกดค้าง จะสามารถแสดงทักษะการทำอาหารที่ Fontaine ภาคภูมิใจในรูปแบบที่แตกต่างกัน\n\n{LAYOUT_MOBILE#แตะ}{LAYOUT_PC#กด}{LAYOUT_PS#กด}\nใช้โหมด \"จัดเก็บอุณหภูมิต่ำ\" และเปิดใช้งานกลไกทำอาหารอเนกประสงค์เต็มสเปกตรัม เพื่อสร้างความเสียหายน้ำแข็งวงกว้างแก่ศัตรูที่อยู่โดยรอบ\n\nกลไกทำอาหาร: โหมดจัดเก็บอุณหภูมิต่ำ\nจะเคลื่อนที่ตามตัวละครที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้น และยิง \"พาร์เฟต์เยือกแข็ง\" ใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงเป็นระยะ เพื่อสร้างความเสียหายน้ำแข็ง\n\nพลังปฐมภูมิ: สสาร\nทุกช่วงระยะเวลาหนึ่ง เมื่อ Escoffier เปิดใช้กลไกทำอาหารโหมด \"จัดเก็บอุณหภูมิต่ำ\" จะปล่อย Surging Blade ออกมา สร้างความเสียหายน้ำแข็งวงกว้างที่มีพลังสสารอยู่\n\n{LAYOUT_MOBILE#แตะค้าง}{LAYOUT_PC#กดค้าง}{LAYOUT_PS#กดค้าง}\nใช้{LINK#N11120002}โหมดปรุงอาหารด่วนทันใจ{/LINK} เพื่อเปิดใช้งานกลไกทำอาหารอเนกประสงค์เต็มสเปกตรัม",
"Icon": "Skill_S_Escoffier_01"
}
],
"EnergySkill": {
"GroupId": 11239,
"Proud": {
"Descriptions": [
"ความเสียหายสกิล|{param1:F1P}",
"ปริมาณการรักษา|{param2:F1P} ของพลังโจมตี +{param3:I}",
"คูลดาวน์|{param4:F1} วิ",
"พลังงานธาตุ|{param5:I}"
],
"Parameters": [
{
"Id": 1123901,
"Level": 1,
"Parameters": [
5.928,
1.72032,
1078.5255,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123902,
"Level": 2,
"Parameters": [
6.3726,
1.849344,
1186.3931,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123903,
"Level": 3,
"Parameters": [
6.8172,
1.978368,
1303.2495,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123904,
"Level": 4,
"Parameters": [
7.41,
2.1504,
1429.095,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123905,
"Level": 5,
"Parameters": [
7.8546,
2.279424,
1563.9294,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123906,
"Level": 6,
"Parameters": [
8.2992,
2.408448,
1707.7528,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123907,
"Level": 7,
"Parameters": [
8.892,
2.58048,
1860.5652,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123908,
"Level": 8,
"Parameters": [
9.4848,
2.752512,
2022.3665,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123909,
"Level": 9,
"Parameters": [
10.0776,
2.924544,
2193.1567,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123910,
"Level": 10,
"Parameters": [
10.6704,
3.096576,
2372.936,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123911,
"Level": 11,
"Parameters": [
11.2632,
3.268608,
2561.704,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123912,
"Level": 12,
"Parameters": [
11.856,
3.44064,
2759.4614,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123913,
"Level": 13,
"Parameters": [
12.597,
3.65568,
2966.2075,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123914,
"Level": 14,
"Parameters": [
13.338,
3.87072,
3181.9426,
15,
60
]
},
{
"Id": 1123915,
"Level": 15,
"Parameters": [
14.079,
4.08576,
3406.6665,
15,
60
]
}
]
},
"Id": 11125,
"Name": "Scoring Cuts",
"Description": "แสดงทักษะมีดอันยอดเยี่ยม เพื่อสร้างความเสียหายน้ำแข็งวงกว้าง และฟื้นฟูพลังชีวิต ให้กับตัวละครทั้งหมดในทีม ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยปริมาณการฟื้นฟู จะขึ้นอยู่กับพลังโจมตีของ Escoffier",
"Icon": "Skill_E_Escoffier_01"
},
"Inherents": [
{
"GroupId": 11221,
"Proud": {
"Descriptions": [],
"Parameters": [
{
"Id": 1122101,
"Level": 1,
"Parameters": [
1.3824,
9
]
}
],
"Display": 1
},
"Id": 1122101,
"Name": "Better to Salivate Than Medicate",
"Description": "หลังจากใช้ท่าไม้ตาย {LINK#S11125}Scoring Cuts{/LINK} แล้ว Escoffier จะได้รับเอฟเฟกต์ \"Rehab Diet\" เป็นเวลา 9 วินาที: ทุก 1 วินาที จะทำการฟื้นฟูพลังชีวิต ให้แก่ตัวละครที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้นที่อยู่ใกล้เคียง โดยปริมาณการฟื้นฟูจะขึ้นอยู่กับ 138.24% ของพลังโจมตีของ Escoffier เอง",
"Icon": "UI_Talent_S_Escoffier_05"
},
{
"GroupId": 11222,
"Proud": {
"Descriptions": [],
"Parameters": [
{
"Id": 1122201,
"Level": 1,
"Parameters": [
0.05,
0.1,
0.15,
0.55,
12
]
}
],
"Display": 1
},
"Id": 1122201,
"Name": "Inspiration-Immersed Seasoning",
"Description": "เมื่อในทีมมีตัวละคร ธาตุน้ำ หรือ ธาตุน้ำแข็ง 1/2/3/4 ตัว เมื่อสกิลธาตุ {LINK#S11122}Low-Temperature Cooking{/LINK} หรือท่าไม้ตาย {LINK#S11125}Scoring Cuts{/LINK} ของ Escoffier โจมตีโดนศัตรู จะทำให้ความต้านทานน้ำและความต้านทานน้ำแข็งของศัตรูลดลง 5%/10%/15%/55% ตามลำดับ เป็นเวลา 12 วินาที",
"Icon": "UI_Talent_S_Escoffier_06"
},
{
"GroupId": 11223,
"Proud": {
"Descriptions": [],
"Parameters": [
{
"Id": 1122301,
"Level": 1,
"Parameters": []
}
]
},
"Id": 1122301,
"Name": "Constant Off-the-Cuff Cookery",
"Description": "#เมื่อ{LAYOUT_MOBILE#แตะค้าง}{LAYOUT_PC#กดค้าง}{LAYOUT_PS#กดค้าง}เพื่อปล่อยสกิลธาตุ {LINK#S11122}Low-Temperature Cooking{/LINK} ใช้โหมด \"ปรุงอาหารด่วนทันใจ\" เพื่อเปิดใช้งานกลไกทำอาหารอเนกประสงค์เต็มสเปกตรัม\n\nกลไกทำอาหาร: โหมดปรุงอาหารด่วนทันใจ\n·วางกลไกทำอาหารไว้ในสนาม ซึ่งกลไกทำอาหารจะสามารถดูดซับการโจมตีธาตุได้ เมื่อพลังงานธาตุที่ดูดซับถึงจุดวิกฤต จะทำให้วัตถุดิบที่ Escoffier ใส่ลงไปก่อนหน้านี้ เปลี่ยนเป็นอาหารแสนอร่อย\n·Escoffier จำเป็นต้องใช้เวลาในการซื้อวัตถุดิบใหม่ แต่ละสัปดาห์ คุณสามารถทำอาหารด้วยวิธีนี้ได้เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น จำนวนครั้งในการทำอาหารจะรีเซ็ตทุกวันจันทร์ เวลา 04:00 น. {TIMEZONE}",
"Icon": "UI_Talent_S_Escoffier_08"
}
],
"Talents": [
{
"Id": 1121,
"Name": "Pre-Dinner Dance for Your Taste Buds",
"Description": "เมื่อตัวละคร 4 ตัวในทีม มีประเภทของธาตุเป็นธาตุน้ำหรือธาตุน้ำแข็ง ภายใน 15 วินาทีหลังจาก Escoffier ใช้สกิลธาตุ {LINK#S11122}Low-Temperature Cooking{/LINK} หรือท่าไม้ตาย {LINK#S11125}Scoring Cuts{/LINK} ความแรงคริของความเสียหายน้ำแข็งที่ตัวละครทั้งหมดในทีมที่อยู่ใกล้เคียงสร้าง จะเพิ่มขึ้น 60%\nต้องปลดล็อกพรสวรรค์เพิ่มเติม \"Inspiration-Immersed Seasoning\" ก่อน",
"Icon": "UI_Talent_S_Escoffier_01"
},
{
"Id": 1122,
"Name": "Fresh, Fragrant Stew Is an Art",
"Description": "เมื่อ Escoffier ใช้{LINK#N11120001}โหมดจัดเก็บอุณหภูมิต่ำ{/LINK} เพื่อเปิดใช้งานกลไกทำอาหาร จะได้รับเอฟเฟกต์ \"เมนูทำสด\" เป็นเวลา 15 วินาที: ในช่วงเวลาต่อเนื่อง Escoffier จะได้รับ \"ตุ๋นเย็น\" 5 ชั้น เมื่อตัวละครที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้นที่อยู่ใกล้เคียงนอกเหนือจาก Escoffier เอง ทำการโจมตีปกติ, ชาร์จโจมตี, โจมตีพุ่งลงจากอากาศ, ใช้สกิลธาตุ หรือท่าไม้ตาย สร้างความเสียหายน้ำแข็งแก่ศัตรู จะใช้ \"ตุ๋นเย็น\" 1 ชั้น เพื่อเพิ่มความเสียหายที่สร้าง โดยค่าที่เพิ่มจะเท่ากับ 240% ของพลังโจมตีของ Escoffier\nเมื่อโจมตีโดนศัตรูด้วยความเสียหายน้ำแข็งพร้อมกันหลายตัวในครั้งเดียว จำนวนชั้นของ \"ตุ๋นเย็น\" ที่ถูกใช้จะขึ้นอยู่กับจำนวนของศัตรูที่ถูกโจมตี",
"Icon": "UI_Talent_S_Escoffier_02"
},
{
"Id": 1123,
"Name": "The Bakery Magic of Caramel Browning",
"Description": "เพิ่มเลเวลสกิลธาตุของ {LINK#S11122}Low-Temperature Cooking{/LINK} ขึ้น 3 ระดับ\nเพิ่มได้สูงสุดถึงระดับ 15",
"Icon": "UI_Talent_U_Escoffier_01",
"ExtraLevel": {
"Index": 2,
"Level": 3
}
},
{
"Id": 1124,
"Name": "Secret Rosemary Recipe",
"Description": "ช่วงเวลาต่อเนื่องของ {LINK#P1122101}Rehab Diet{/LINK} ยาวนานขึ้น 6 วินาที ในช่วงเวลาต่อเนื่อง เมื่อ Rehab Diet ทำให้เกิดการรักษา จะมีโอกาสที่จะทำให้ปริมาณการรักษาเพิ่มขึ้น 100% และฟื้นฟูพลังงานธาตุให้กับ Escoffier 2 หน่วย โดยโอกาสนี้จะเท่ากับอัตราคริของ Escoffier เอง ในช่วงเวลาต่อเนื่องของ Rehab Diet หนึ่งครั้ง เอฟเฟกต์นี้จะเกิดขึ้นได้มากสุด 7 ครั้ง\nต้องปลดล็อกพรสวรรค์เพิ่มเติม \"Better to Salivate Than Medicate\" ก่อน",
"Icon": "UI_Talent_S_Escoffier_03"
},
{
"Id": 1125,
"Name": "Symphony of a Thousand Sauces",
"Description": "เพิ่มเลเวลสกิลของท่าไม้ตาย {LINK#S11125}Scoring Cuts{/LINK} ขึ้น 3 ระดับ\nเพิ่มได้สูงสุดถึงระดับ 15",
"Icon": "UI_Talent_U_Escoffier_02",
"ExtraLevel": {
"Index": 9,
"Level": 3
}
},
{
"Id": 1126,
"Name": "Tea Parties Bursting With Color",
"Description": "{LINK#N11120001}กลไกทำอาหาร: โหมดจัดเก็บอุณหภูมิต่ำ{/LINK} ได้รับการเสริมพลัง:\n·เมื่อการโจมตีปกติ, ชาร์จโจมตี หรือการโจมตีพุ่งลงจากอากาศของตัวละครในทีมตนเอง ที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้นโดนศัตรู กลไกทำอาหาร: โหมดจัดเก็บอุณหภูมิต่ำจะปล่อยพาร์เฟต์เยือกแข็งพิเศษออกมาเพิ่มเติมหนึ่งอัน สร้างความเสียหายน้ำแข็งวงกว้าง 500% ของพลังโจมตีของ Escoffier โดยความเสียหายนี้จะถูกนับเป็นความเสียหายสกิลธาตุ\nเอฟเฟกต์นี้จะเกิดขึ้นได้มากสุดหนึ่งครั้ง ในทุก 0.5 วินาที และภายในช่วงเวลาต่อเนื่องของกลไกทำอาหาร - โหมดจัดเก็บอุณหภูมิต่ำหนึ่งครั้ง เอฟเฟกต์นี้จะเกิดขึ้นได้มากสุด 6 ครั้ง",
"Icon": "UI_Talent_S_Escoffier_04"
}
]
},
"FetterInfo": {
"Title": "ท่วงทำนองเลิศรส",
"Detail": "อดีตหัวหน้าเชฟของโรงแรม Debord ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังใน Fontaine และเป็นผู้บุกเบิก \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" ที่มีฉายาแห่งเกียรติยศว่า \"แม่ทัพขนมหวาน\" ผู้มีมาตรฐานในการทำอาหารที่เข้มงวดอย่างยิ่ง",
"Association": 8,
"Native": "Fontaine",
"BirthMonth": 6,
"BirthDay": 8,
"VisionBefore": "น้ำแข็ง",
"VisionOverrideUnlocked": "วิชั่น",
"ConstellationBefore": "Dulciaria Structura",
"CvChinese": "蔡海婷",
"CvJapanese": "佐藤聡美",
"CvEnglish": "Emily Cass",
"CvKorean": "Son Jeong-min",
"CookBonus": {
"OriginItemId": 108815,
"ItemId": 108820,
"InputList": [
101233,
100062,
110001,
110002
]
},
"Fetters": [
{
"Title": "พบกันครั้งแรก...",
"Context": "เชฟ \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" และ \"แม่ทัพขนมหวาน\" Escoffier ขอทักทายเธออีกครั้ง ในฐานะที่เป็น แขกผู้มีเกียรติของเทพเจ้า เธอควรจะได้เพลิดเพลินไปกับ อาหารชั้นยอดของ Teyvat หวังว่าผลงานของฉัน จะทำให้เธอพอใจนะ\nถ้าเธอสนใจการทำอาหาร ฉันก็ยินดีที่จะแบ่งปันความรู้ทั้งหมดให้เธอ และพาเธอไปเยือนโถงแห่ง ความลึกลับของการทำอาหาร... แต่ก่อนที่จะมาเป็นลูกศิษย์ของฉัน เธอต้องเตรียมใจให้พร้อมก่อน ฉันไม่ยอมให้เธอ ถอนตัวกลางคันหรอกนะ?"
},
{
"Title": "แชท - เพลงประกอบ",
"Context": "ช่วงนี้มีแผ่นเสียงซิมโฟนีอะไรใหม่ ๆ บ้างมั้ย... การเปลี่ยนเพลงประกอบเวลาปรุงอาหาร จะช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจ ในการรังสรรค์เมนูต่าง ๆ ได้นะ..."
},
{
"Title": "แชท - ทักษะมีด",
"Context": "การทำให้เครื่องปรุง \"แทรกซึม\" เข้าไปในวัตถุดิบ เป็นกุญแจสำคัญของอาหารหลายเมนู เพราะฉะนั้น เชฟต้องสามารถใช้มีด ด้วยความแม่นยำ ในระดับเดียวกับศัลยแพทย์ ยังไงฝึกหนักเข้าไว้ก็ดีกว่าอยู่แล้ว"
},
{
"Title": "แชท - การสังเกตที่เฉียบแหลม",
"Context": "แม้แต่ในวัตถุดิบทั่วไป ก็อาจมีเครื่องปรุง ที่มีรสชาติอันน่าทึ่งซ่อนอยู่ได้ ต้องฝึกฝนประสาทรับกลิ่น ประสาทรับรส และความคิดให้เฉียบแหลม ถึงจะมีโอกาส ที่จะค้นพบมันได้อย่างเต็มที่..."
},
{
"Title": "ในเวลาที่ฝนตก...",
"Context": "อากาศชื้น ๆ กลิ่นของใบไม้สีเขียวและดิน ผสมผสานเข้าด้วยกัน... เมนูมื้อถัดไปทำ \"ซุปปลา Pluie Lotus\" ก็แล้วกัน"
},
{
"Title": "ฟ้าหลังฝน...",
"Context": "ไอน้ำระเหย อุณหภูมิสูงขึ้น... ความรู้สึกสบาย ๆ แบบนี้ จะใช้ \"ตัวแปรรสชาติ\" แบบไหนถ่ายทอดมันออกมาดีนะ?"
},
{
"Title": "ในเวลาที่หิมะตก...",
"Context": "ฮ่า หวังว่าหิมะนี้จะสะอาดพอ ที่จะช่วยเก็บความสดใหม่ ของวัตถุดิบได้นะ"
},
{
"Title": "แดดส่องดีจัง...",
"Context": "แสงแดดที่สว่างไสว... รสชาติที่ \"สว่างไสว\" การผสมผสานระหว่าง รสเปรี้ยวของส้ม ฟองจากเบอร์รี และน้ำตาล บางที อาจจะเป็นวิธีแก้ปัญหาแบบใหม่ก็ได้นะ"
},
{
"Title": "อรุณสวัสดิ์...",
"Context": "ยังง่วงอยู่งั้นเหรอ? งั้นอาหารเช้าก็ต้องกิน \"ครัวซองต์เกลือทะเล\" กับ \"พาลเมียร์ Quenepa Berry\" ที่เพิ่งออกจากเตาร้อน ๆ แล้วก็ \"ชาผลไม้ Bulle Fruit\"! รับรองว่าจะทำให้เธอ กระปรี้กระเปร่าได้แน่นอน"
},
{
"Title": "สวัสดีตอนเที่ยง...",
"Context": "ในอดีตมื้อเที่ยงเคยเป็นเรื่องที่ ไม่ได้รับความสนใจ แต่ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนเริ่ม ให้ความสนใจกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น มันก็เหมือนกับเครื่องสาย ในบทเพลงซิมโฟนี ที่ไม่ต้องกังขาในตำแหน่งของมัน และจะจัดการอย่างลวก ๆ ไม่ได้ ตอนนี้เราไปหาวัตถุดิบที่สดใหม่กัน แล้วทำอาหารจานเด็ด แบบจัดเต็มกันดีมั้ย?"
},
{
"Title": "สวัสดีตอนเย็น...",
"Context": "สำหรับมื้อค่ำของแต่ละวัน เธอควรจะทำเหมือนกับ กำลังจัดงานเลี้ยงอาหารระดับสูง ต่อให้มีอาหารแค่สองสามเมนูก็ตาม แต่ตอนบ่ายสามโมง ก็ควรจะเอาวัตถุดิบที่เตรียมไว้ ออกมาแล้ว... เอ๋? ตอนนี้สายแล้ว... มีเวลาไม่พองั้นเหรอ? ไม่ต้องเครียดหรอก ฉันไม่ได้จะเร่งให้เธอไปทำอาหาร... วัตถุดิบพวกนี้ฉันเตรียมไว้ ตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้ว มากินมื้อค่ำที่ยอดเยี่ยมกันเถอะ!"
},
{
"Title": "ราตรีสวัสดิ์...",
"Context": "ของหวานในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับได้ ฉันเตรียม \"พุดดิ้งแอปเปิลย่างซากุระสูตรน้ำตาลต่ำ\" มาให้เธอด้วย... ไม่ต้องสนใจ ตัวเลขบนตาชั่งน้ำหนักหรอกน่า ถ้าถึงเวลาที่ต้องปรับสมดุลของอาหาร ฉันก็จะทำอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อย ๆ ให้เธอกินเอง!"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Escoffier - ข้อจำกัดของรูปแบบ",
"Context": "ถึงฉันจะมีฉายาว่า \"แม่ทัพขนมหวาน\" แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ฉันจะทำเป็นแค่ขนมหวานนะ เชฟที่มุ่งมั่นในการทำอาหาร ชนิดหนึ่งควรได้รับการชื่นชม แต่ฉันไม่อยากจำกัดตัวเองไว้ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารในรูปแบบไหน หรือใช้วัตถุดิบจากภูมิภาคไหน ถ้ามันทำให้ประสาทรับรส เพลิดเพลินถึงขีดสุดได้ ฉันก็ยินดีที่จะลองเสมอ"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับตัว Escoffier เอง - อาวุธครบมือ",
"Context": "ในทฤษฎีการทำอาหารของฉัน \"การสกัดและใช้เครื่องปรุงต่าง ๆ อย่างแม่นยำ\" เป็นแนวคิดหลัก เพราะงั้นฉันถึงต้องการ อุปกรณ์ทำครัวที่มีฟังก์ชันหลากหลาย ถ้าต้องออกจากห้องครัว ที่ใช้งานหลักไปนาน ๆ ฉันจะต้องยัดอุปกรณ์ทำครัวทั้งหมด ใส่กระเป๋าเดินทาง ในตอนนั้น Navia ชอบล้อฉันบ่อย ๆ ว่าฉันมี \"อาวุธครบมือเหมือนทีมลาดตระเวนพิเศษ ที่ออกเดินทางไกล\" โชคดีที่ต่อมาฉันได้มอบหมาย ให้ศูนย์วิทยาศาสตร์ Fontaine สร้าง \"กลไกทำอาหารอเนกประสงค์เต็มสเปกตรัม\" ขึ้นมา การออกไปทำอาหารข้างนอก ก็เลยสะดวกขึ้น..."
},
{
"Title": "เกี่ยวกับเรา - หลักการสร้างสรรค์",
"Context": "วัตถุดิบที่สัมผัสกับอากาศจะเสื่อมสภาพ แต่ต้นอ่อนที่อาบแสงแดด จะเติบโตอย่างแข็งแรง... รสนิยมเกี่ยวกับอาหารของผู้คน ก็เปลี่ยนแปลง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าสูตรคลาสสิกมันมีคุณค่า แต่มันไม่สามารถหยุดอยู่ใน ช่วงเวลาที่มีชื่อเสียงได้ตลอดกาล และแน่นอนว่าการสร้างสรรค์ใหม่ จะทำซี้ซั้วไม่ได้ ไม่งั้นทิศทางการปรับปรุง อาจจะออกทะเลไปหน่อย และสร้างผลงานแปลก ๆ ออกมาเช่น... \"มักกะโรนีครีม Lavender Melon\" หรือ \"ชาเอิร์ลเกรย์ Jueyun Chili\" อะไรทำนองนี้... ฉันหวังว่า... อย่างน้อยเธอก็จะรู้จุดยืนนี้นะ!"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับเรา - คุณสมบัติในการตัดสิน",
"Context": "หลักการของเชฟ คือการมอบความใส่ใจ และความพยายามอย่างเต็มที่ แก่ลูกค้าทุกคน แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า ต้องยอมรับคำวิจารณ์ของทุกคนนะ บางคนเกิดมาพร้อมกับ ประสาทรับรสที่ไม่ละเอียดอ่อน บางคนก็ไม่ใส่ใจกับความประณีต ของรสชาติอาหาร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการผสมผสาน ที่ซับซ้อนระหว่างการมองเห็น การดมกลิ่น และการรับรสที่สร้างสรรค์ ประสบการณ์อันแสนพิเศษเลย ในความคิดของฉัน มีแค่กรณีพิเศษอย่างเธอ... ที่เคยชิมอาหารจากหลากประเทศ เป็นแขกผู้ทรงเกียรติของเทพเจ้า และมีจิตใจที่ละเอียดอ่อนเท่านั้น ที่มีสิทธิ์ให้ฉันยอมรับคำวิจารณ์ทั้งหมด ถ้าเธอคิดว่าเมนูไหนของฉันไม่ถูกต้อง ก็บอกมาตรง ๆ เลย ไม่ต้องคิดมากนะ!"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ \"วิชั่น\"...",
"Context": "ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหลักการของ \"วิชั่น\" เลยสักนิด แต่โชคดี ที่มันไม่ได้เป็นอุปสรรค ในการที่ฉันใช้มัน เป็นอุปกรณ์ทำครัวอันล้ำค่า อย่างที่ฉันพูดบ่อย ๆ ว่า การทำอาหารเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง บนโลกนี้ยังมีรสชาติของอีกหลายสิ่ง ที่รอการค้นพบอยู่... มอนสเตอร์บางตัวดูสกปรกมาก แต่ถ้าหั่นมันเป็นชิ้น ๆ ก็จะเอามาสกัดเป็นเครื่องปรุงรส ที่มีรสชาติยอดเยี่ยมได้ ถ้าไม่มีพลังของ \"วิชั่น\" ฉันคิดว่าการจะได้วัตถุดิบพวกนี้มา คงต้องลำบากร้อยเท่าพันเท่า... แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ หลังจากที่ฉัน ใช้ธาตุน้ำแข็งได้อย่างอิสระ การจัดเก็บวัตถุดิบก็กลายเป็น เรื่องที่ง่ายขึ้นเยอะเลย!"
},
{
"Title": "ต้องการจะแชร์อะไร...",
"Context": "อุปกรณ์ที่อยู่ด้านหลังของฉัน มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า \"กลไกช่วยเหลือสัญญาณการเคลื่อนที่แบบปรับตัวเอง\" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับ \"กลไกทำอาหารอเนกประสงค์เต็มสเปกตรัม\" มันสามารถตอบสนองต่อ การเคลื่อนไหวเล็กน้อยของฉันได้ มันเป็นอุปกรณ์ที่ควบคุมง่าย และมีประสิทธิภาพเรื่องงานครัวอย่างไม่มีที่ติ... หลายคนคิดว่ามันเหมือน \"หาง\" จนถึงขั้นที่เรียกฉันว่า \"เชฟปีศาจ\"... แต่ถ้าการเป็นปีศาจช่วยให้ฉัน กำจัดอาหารรสชาติแย่ได้ง่ายขึ้น... ก็ไม่เลวนี่นา?"
},
{
"Title": "ข้อมูลที่น่าสนใจ...",
"Context": "ถ้าฉันคิดค้นขนมหวานที่เหนือกว่า \"Gateau Debord\" ได้ และทำให้ท่าน Furina พอใจได้ละก็... ฉันอยากจะไปอาศัยอยู่ในประเทศต่าง ๆ ของ Teyvat สักพัก และทำอาหารให้เทพเจ้าของที่นั่นชิม แบบนี้ฉันก็จะหาทางพัฒนาตัวเองได้แล้ว ถ้าโชคดี ไม่แน่ฉันอาจได้ลิ้มลอง อาหารจานเด็ดของเทพเจ้า และได้รับแรงบันดาลใจ ที่เหนือมนุษย์ก็ได้นะ..."
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Furina - การพบกันครั้งแรก...",
"Context": "ตอนที่ฉันเพิ่งเข้าวงการนี้ ฉันทำงานอยู่ที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ในย่าน Vasari มีอยู่ครั้งนึงหลังจากที่ท่าน Furina แสดงจบก็มีความคิดแผลง ๆ และสุ่มเลือกร้านที่จะไปทานอาหาร ตอนนั้นฉันยุ่งจนหัวหมุน แต่ได้ยินว่ามีลูกค้าที่อยากเจอเชฟ ฉันเลยรีบเดินไปที่โต๊ะของลูกค้า โดยที่ไม่ได้วางมีดลงก่อน แต่ดันไปเผชิญหน้าท่าน Furina ที่นั่น สมองฉันว่างเปล่าไปหมดเลย... ต่อมา ฉันก็เตรียม \"เค้กอุปรากรเคลือบน้ำตาลลิลลี่\" ขึ้นมาตามสัญชาตญาณ โชคดีที่ท่าน Furina พอใจมาก แถมยังบอกอีกว่าจำชื่อของฉันได้ด้วย คืนนั้นฉันก็พลิกตัวไปมาทั้งคืน นอนไม่หลับเลยสักนิด แต่วันต่อมาก็ได้รับจดหมายเชิญ ให้ไปทำงานที่พระราชวัง Mermonia..."
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Furina - สถานการณ์ปัจจุบัน...",
"Context": "หลังจากนั้นท่าน Furina ก็ได้แต่งตั้งฉันเป็น \"แม่ทัพขนมหวาน\" และยกย่องฉันที่ \"สร้างกองทัพในด้านนี้ด้วยตัวคนเดียว\" เพื่อไม่ให้เสียชื่อ ฉันได้เก็บตัวเพื่อเรียนรู้อยู่สักพัก แต่ดูเหมือนว่า จะพลาดเรื่องใหญ่ไปหลายเรื่อง ท่าน Furina เองก็ย้ายออกไปจากพระราชวัง Mermonia ด้วย... ฉันไม่เข้าใจปัญหาที่ซับซ้อนพวกนั้นหรอก แต่ฉันรู้ว่าท่าน Furina จะเป็นคนสำคัญที่สุด ในชีวิตของฉันตลอดไป ตราบใดที่ท่านต้องการ ฉันก็จะกลับไปหาท่าน ในฐานะเชฟส่วนตัว เรื่องค่าตอบแทนอะไรพวกนั้น ไม่สำคัญหรอกนะ!"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Navia...",
"Context": "ตอนที่ฉันอายุห้าขวบ ครั้งแรกที่พ่อแม่พาฉันไปที่โรงแรม Debord ฉันเก็บหมวกที่สวยมากใบนึงได้ ที่หน้าประตูโรงแรม ฉันตามกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ที่ร้อนแรงอย่างไม่มีใครเทียบได้ จนไปเจอเจ้าของของมัน กลิ่นอายของ Navia ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ทุกครั้งที่ฉันมีเวลาว่าง ฉันก็จะชวนเธอมาดื่มน้ำชายามบ่าย คุยถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ชิมของหวาน และเพลิดเพลินไปกับทุกวินาที... แต่น่าเสียดายที่หลายปีผ่านไป รสนิยมของเธอที่ว่า \"ของหวานยิ่งหวานยิ่งดี!\" ก็ยังเหมือนเดิม... ช่างเถอะ ฉันก็ไม่ได้คิดจะแก้ไขอะไรหรอก การที่จะชอบรสชาติแบบไหน ต้องให้ตัวเองเป็นคนตัดสิน"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Charlotte...",
"Context": "สำหรับเชฟอย่างพวกเราแล้ว คุณ Charlotte เป็น \"ผู้ทรงอิทธิพลทวีคูณ\" เธอเป็นนักข่าวมืออาชีพ ที่มีทักษะการเขียนอันยอดเยี่ยม เธอบรรยายเกี่ยวกับรสชาติของอาหาร ได้ละเอียดมาก แถมยังมีทักษะการถ่ายภาพที่ไร้ที่ติ แค่แป๊บเดียวก็เขียนบทความ ที่มีทั้งภาพและข้อความครบถ้วน ขึ้นมาได้แล้ว ถ้ามีเมนูใหม่ที่ต้องการโปรโมต การให้เธอมาชิมเป็นคนแรก ถือว่าเป็นทางเลือกที่ถูกต้องแน่นอน"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Sigewinne...",
"Context": "หัวหน้าพยาบาลเหรอ... เอ่อ... อืม... หัวหน้าพยาบาลนิสัยดีมาก แต่ยังไงเธอก็มีร่างกายพิเศษ... ฉันเข้าใจเธอ เคารพเธอ และพยายามสำรวจรสชาติ ผ่านมุมมองของเธอ เธอคู่ควรที่จะได้เป็นตัวเอก ในตำนานของภาพยนตร์... เป็นนักฆ่ามือดีที่ใช้มิลค์เชค กำจัดเป้าหมายได้ โดยที่มือไม่ต้องเปื้อนเลือดเลย..."
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Wriothesley...",
"Context": "ดยุกคนนั้นสุภาพและมีมารยาทมากเลย ทำอะไรก็สุขุม เป็นสุภาพบุรุษตามแบบดั้งเดิมเลยล่ะ แต่ดูเหมือนว่า เขาจะไม่รู้ว่าอาหารบางอย่างของ \"โรงอาหารสวัสดิการพิเศษ\" นั้น... สำหรับฉันแล้ว มันเหมือนการเพิ่มโทษเลย"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Lynette...",
"Context": "จะว่าไปเธออาจจะยังไม่รู้ ว่า Lynette เองก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของ \"ปาร์ตี้น้ำชาขนมหวาน\" เหมือนกัน เขากับคุณ Lyney มาแสดงที่โรงแรม Debord บ่อย ๆ พวกเราเองก็เคยคุยกันอยู่หลายครั้ง ตอนแรกฉันนึกว่า Lynette จะเย็นชาอยู่หน่อย หลังจากรวบรวมความกล้า เชิญเขามาเป็นแขกในปาร์ตี้น้ำชา ฉันถึงได้รู้ว่าอารมณ์ของเขา หลากหลายเหมือนมาการองหลากสี... เวลาเจอของหวานที่ชอบ เขาก็จะกระดิกหู แต่เวลาเจอของหวานที่ไม่ชอบ เขาก็จะลู่หางลงไป! เดี๋ยวนะ... หาง... อย่าบอกนะว่าฉันก็..."
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ The Knave...",
"Context": "ฉันเคยเห็นร่างของเธอจากที่ไกล ๆ แค่แวบเดียว ก็ลืมไม่ลงแล้วล่ะ ตอนแรกฉันเตือนตัวเองว่า ถ้าอาหารที่ฉันทำมีข้อบกพร่องอะไร แล้วทำให้ลูกค้าคนนั้นไม่พอใจ ฉันก็รู้ดีว่า ผลที่ตามมาจะเลวร้ายขนาดไหน บางครั้งฉันก็จะบอกลูกศิษย์ที่ทำได้ไม่ดีว่า \"ลองคิดดูซิว่าถ้าเสิร์ฟอาหารแบบนี้ ให้กับคุณ Arlecchino แล้วจะเป็นยังไง\" แต่หลังจากนั้นฉันได้ยิน Navia บอกว่า... ดูเหมือนเธอ จะไม่ใช่คนที่เข้มงวดเท่าไหร่นะ?"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Emilie...",
"Context": "เธอรู้อะไรมั้ย? \"การปรุงกลิ่นอาหาร\" ก็เป็นที่นิยมมาก ในศาสตร์การทำน้ำหอมนะ หลังจากที่ได้ปรึกษากับคุณ Emilie เกี่ยวกับวิธีการสกัดสารกลิ่นต่าง ๆ แล้ว ตอนนี้ฉันมีความเข้าใจเกี่ยวกับ \"การทำงานร่วมกันระหว่าง ประสาทรับกลิ่นกับประสาทรับรส\" มากขึ้นเยอะเลย ใครจะรู้ล่ะ ในอนาคตอาจจะสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากชั้นต่าง ๆ ของกลิ่นที่ส่งผลต่อรสชาติก็ได้... เธอเห็นด้วยกับแนวคิดของฉัน ที่ใช้วิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์อาหาร นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่หายากจริง ๆ!"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Varesa...",
"Context": "Varesa เหรอ ผลไม้ของเธอมี \"แสงแดดอันเกียจคร้าน\" อยู่ด้วย ถึงจะให้ฉันจ่ายเพิ่ม 20% ฉันก็ยังคิดว่าคุ้มค่าเลย! เพราะงั้น ทุกครั้งหลังจากซื้อขายกันเสร็จแล้ว ฉันจะเลี้ยงข้าวเธอเป็นอาหารมื้อใหญ่ ปริมาณที่เธอกินมันน่าทึ่งสุด ๆ เลย แต่พอฉันถามเธอเกี่ยวกับ ประสบการณ์การกินอาหาร ฉันก็พบว่า เธอไม่ได้มองข้ามรายละเอียด ของอาหารเลย หรือพูดอีกอย่างก็คือ Varesa \"กินอาหารด้วยใจ\" ฉันชอบลูกค้าแบบนี้สุด ๆ!"
},
{
"Title": "เกี่ยวกับ Xiangling...",
"Context": "ได้ยินมาว่าที่ Liyue มีสำนวนโบราณที่พูดไว้ว่า \"เหนือฟ้ายังมีฟ้า\" สำหรับฉันแล้ว คุณ Xiangling เหมือนกับ... \"เดินผ่านถ้ำแล้วไปโผล่ที่ต่างโลก\" เลยก็ว่าได้ เทคนิคการทำอาหารของเธอ มีหลายอย่างที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน และการเลือกวัตถุดิบก็น่าทึ่งมาก อาหารที่เธอเชิญให้ฉันลองชิม เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด และไม่ควรจะตัดสินมัน ด้วยแนวคิดการทำอาหาร Fontaine แบบดั้งเดิม หลังจากได้รู้จักเธอแล้ว ฉันก็เชื่อในการตัดสินใจของตัวเองมากขึ้น ฉันจะไม่ขังตัวเอง ไว้ในห้องครัวอีกต่อไปแล้ว แต่จะออกไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ เพื่อเรียนรู้และผสมผสาน ทักษะการทำอาหารจากที่ต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด!"
},
{
"Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Escoffier - 1",
"Context": "สำหรับฉันแล้ว การทำอาหารไม่ใช่แค่ \"สิ่งจำเป็นสำหรับพลังงาน\" หรือ \"สิ่งที่เสริมสารอาหาร\" เท่านั้น แต่เป็นตัวเอกสำคัญในพิธีกรรม ที่สำคัญที่สุดในชีวิต อาหารชั้นเลิศสามารถมอบความหวัง พลัง และความสุขให้กับผู้คนได้ การ \"ปรุงอาหาร\" ก็เหมือนกับห่านปีกหิมะในบทกวี ที่มีแก่นแท้ที่สูงส่ง ต้องใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อศึกษามันอย่างลึกซึ้ง"
},
{
"Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Escoffier - 2",
"Context": "ไม่ใช่ว่าคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ความงามที่แฝงอยู่ในอาหารชั้นเลิศ แต่เพราะไม่มีเงินหรือเวลา มาลิ้มรสมันต่างหาก เรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับภารกิจ ของเชฟอย่างพวกเราด้วย... เราต้องค้นหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี และคุ้มค่าอยู่เสมอ ต้องปรับปรุงสูตรอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะนำเสนออาหารหรูหรา ที่เดิมทีมีเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้น ที่จะได้ลิ้มลอง มาสู่โต๊ะอาหาร ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แน่นอนว่า เรื่องนี้พูดง่ายแต่ทำยาก ตอนที่ฉันเริ่มเรียนทำอาหาร ฉันก็ชนกำแพงนี้อย่างจัง มันเลยทำให้ฉันเดินบนเส้นทางของ \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" นี้ไงล่ะ..."
},
{
"Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Escoffier - 3",
"Context": "หลักการสำคัญของ \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" ก็คือการ \"วิเคราะห์\", \"สกัด\" และ \"ผสม\"... พูดง่าย ๆ ก็คือ ใช้วิธีการวิเคราะห์ปริมาณ กำหนดวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ต้องการ เพื่อให้ได้รสชาติตามที่ต้องการ จากนั้นก็สกัดวัตถุดิบพื้นฐานพวกนี้ ออกมาจากวัตถุดิบทดแทนต่าง ๆ พยายามทำให้อาหารราคาแพง กลายเป็นอาหารที่เข้าถึงได้ง่าย เพราะงั้นฉันถึงชอบใช้กลไกต่าง ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับการทำอาหาร แต่ของพวกนี้เป็น \"อุปกรณ์ทำครัวดั้งเดิม\" ของฉัน"
},
{
"Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Escoffier - 4",
"Context": "ตามหลักการแล้ว ศาสตร์ \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" ของฉัน ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุน ในการทำอาหารเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่บุกเบิก และเฟ้นหาเมนูที่โดดเด่นด้วย แน่นอนว่า ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขั้นที่อยากเป็น \"เชฟที่เก่งที่สุดในโลก\" หรือได้รับตำแหน่ง \"มือหนึ่ง\" อะไรพวกนั้นหรอกนะ เป้าหมายของฉัน ชัดเจนมาตั้งแต่แรกแล้ว... นั่นคือการทำให้อาหารล้ำค่า ไม่ใช่สิ่งที่หายากและลึกลับอีกต่อไป และยังคงเสาะหาจุดสูงสุด ของความอร่อย บนเส้นทางของอาหาร อย่างไม่หยุดยั้งด้วย"
},
{
"Title": "อยากรู้เกี่ยวกับ Escoffier - 5",
"Context": "ชีวิตที่ฉันใฝ่ฝันมากที่สุด คือการได้ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรี ที่เพราะพริ้งทุกวัน ได้สัมผัสวัตถุดิบใหม่ ๆ ที่เต็มไปด้วยศักยภาพมากมาย มีเวลามากพอที่จะได้ออกตามหา เพื่อนร่วมผจญภัย และผู้ชิมที่แสนอดทน เพื่อไปสำรวจการผสมผสานของ เครื่องปรุงนับแสนนับล้านอย่าง... และนี่ก็ต้องใช้เงินทุนสนับสนุนระดับนึง ฉันจะตั้งใจหาเงินเพื่อเป้าหมายนี้ ส่วนผู้ช่วยที่คอยช่วยให้ฉัน จับวัตถุดิบที่ต้องการเข้ากระเป๋ามาได้ และผู้ชิมที่สมบูรณ์แบบที่สุด ฉันมีคนที่เลือกไว้ในใจแล้วล่ะ... นี่ อย่ามองไปทางอื่นสิ!"
},
{
"Title": "งานอดิเรกของ Escoffier...",
"Context": "เธอน่าจะเคยเจอช่างทำอาวุธเก่ง ๆ มาหลายคนแล้วใช่มั้ย? ไม่รู้ว่าเธอจะชอบ... มีดที่ใช้เทคนิคการหลอมต่าง ๆ เพื่อสร้างลวดลายขึ้นมารึเปล่า? บางอันเหมือนผิวของเค้กโรล บางอันเหมือนแยมที่กำลังผสานกัน บางอันก็เหมือนอัญมณีหลากสี ที่กระจัดกระจาย... และพอใช้มันหั่นวัตถุดิบ ก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป บางอันลื่นเหมือนกับเนย บางอันก็มีจังหวะที่ชัดเจน บางอันก็เหมือนสายไวโอลินที่สั่นไหว.... แต่ละอันก็มีเสน่ห์ในตัวเอง!"
},
{
"Title": "เรื่องกลุ้มใจของ Escoffier...",
"Context": "ตามคำแนะนำของ \"ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ของแบรนด์\" คนหนึ่ง ฉันควรสร้าง \"ภาพลักษณ์ที่ควรค่าแก่การลงทุน\" เพื่อจะได้หาทรัพยากรได้มากขึ้น และช่วยยกระดับศักยภาพ ทางอาหารให้สูงขึ้น... แต่ว่าฉันไม่ถนัดการแสดง ต่อหน้ากล้องเลย ฉันเลยบอกพวกเขาไปว่า \"ถ่ายฉากการทำงาน และการสอนลูกศิษย์ของฉัน ในเวลาปกติก็พอแล้วมั้ง\"... แต่ผลที่ได้หลังจากที่ภาพยนตร์ฉายคือ ดูเหมือนทุกคน จะโฟกัสผิดจุดไปหน่อยนะ..."
},
{
"Title": "อาหารที่ชอบ...",
"Context": "ฉันเคยชิมอาหารดั้งเดิมส่วนใหญ่ใน Teyvat แล้ว ตอนนี้ฉันสนใจการผสมผสาน ระหว่างรสชาติที่ \"คาดไม่ถึง\" และ \"น่าสำรวจ\" มากกว่า ฉันจะรู้สึกพอใจมาก หากฉันได้ลิ้มรส ผลงานชิ้นเอกตามสูตรดั้งเดิม ที่ผสมผสานรสชาติที่น่าทึ่งลงไป ถ้าวิเคราะห์จากมุมมองของ ประสบการณ์และความน่าจะเป็นแล้ว เชฟที่มีศักยภาพในด้านนี้ ก็คือเธอนั่นแหละ ฉันคาดหวังกับ ผลงานของเธอมากเลยนะ"
},
{
"Title": "อาหารที่เกลียด...",
"Context": "\"รสชาติคล้ายกับอะไรสักอย่าง\", \"ธรรมดา ๆ\" หรือ \"รสชาติพอใช้ได้\"... คำพูดพวกนี้จัดอยู่ในหมวด \"อภัยให้ไม่ได้\" ในพจนานุกรมของฉัน เมนูทุกอย่าง ที่ควบคุมรสชาติได้ไม่แม่นยำ หรือผิดเพี้ยนไปจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ ฉันจะเอาไปทิ้งถังขยะให้หมด"
},
{
"Title": "ได้รับของขวัญ - 1",
"Context": "อืม... หืม? อื้ม... ที่แท้ เธอก็มีพรสวรรค์ขนาดนี้เลยเหรอ! ฉันต้องสอนทุกอย่างที่รู้ ให้เธอให้เร็วที่สุด แบบนี้เธอจะได้กลายเป็น... เชฟอัจฉริยะที่ไร้ขีดจำกัดไงล่ะ!"
},
{
"Title": "ได้รับของขวัญ - 2",
"Context": "อืม... ก็ตามมาตรฐานนะ ไม่มีอะไรเด่น แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด ด้วยความสามารถของเธอ ต้องทำให้อาหารจานนี้ดีขึ้นได้สิ? ฉันจะรอดูผลลัพธ์ที่เธอตั้งใจทำใหม่นะ"
},
{
"Title": "ได้รับของขวัญ - 3",
"Context": "...เพราะเราสนิทกัน ฉันขอพูดตรง ๆ เลยนะ ถ้าลูกศิษย์ของฉัน ทำอาหารแบบนี้มาเสิร์ฟฉัน ฉันจะเอาจานนี้ไปคว่ำไว้บนหัวเขา อย่างไม่ลังเลเลย! แต่เพราะว่าเป็นเธอ ฉันจะยอมกินอาหารนี้จนหมด หลังจากนั้น... ก็ช่วยตั้งใจฟังการวิเคราะห์ของฉันด้วย จำปัญหาของตัวเองให้ดี แล้วเวลาทำอาหารครั้งหน้า ก็ตั้งใจหน่อย ต้องรับผิดชอบต่อประสาทรับรส ของตัวเองและคนกินด้วย"
},
{
"Title": "วันเกิด...",
"Context": "เธอที่สูงส่ง เธอคือ \"ตัวแปรสูงสุด\" ที่นำรสชาติที่ไม่เหมือนใครมาสู่ Teyvat งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของเธอ อย่างน้อยก็ต้องมี อาหารแปดสิบเก้าเมนู... อาหารเรียกน้ำย่อยควรจะมี เมนูเนื้อสี่ชนิด, อาหารป่าสี่ชนิด, ขนมหวานสี่ชนิด และน้ำซุปสองชนิด... แต่การกินดื่มอย่างมักง่าย ถือเป็นการไม่เคารพร่างกายตัวเอง และวัตถุดิบ... ฉันจะกำหนดสัปดาห์ต่อจากนี้ให้เป็น 'สัปดาห์เกิด' ของเธอ เพื่อที่จะแบ่งงานเลี้ยงเป็นส่วนต่าง ๆ อย่างละเอียด ในแต่ละวันจะมีอาหาร ที่ปรุงอย่างประณีตกว่าสิบเมนู เพื่อให้เธอเพลิดเพลินกับ อาหารทุกอย่างได้เต็มอิ่ม สัมผัสกับเทศกาลเปิดต่อมรับรส ที่มีท่วงทำนองชั้นยอด!"
},
{
"Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - บทนำ",
"Context": "ประสาทสัมผัสเฉียบไวมากขึ้น กลิ่นหอม เนื้อสัมผัส และสีสันของอาหารมันชัดเจนขึ้น เป็นสองเท่าในจิตสำนึกของฉัน... สุดยอดไปเลย! มันช่วยให้ฉันปรุงอาหารได้แม่นยำขึ้น"
},
{
"Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - ชี้แจง",
"Context": "การพัฒนาความสามารถ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ การเพิ่มความแข็งแกร่ง แต่ยังรวมถึงการควบคุม \"ตัวแปร\" ต่าง ๆ อย่างแม่นยำ... ฉันกำลังพัฒนาในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง"
},
{
"Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - มุมมองอื่น ๆ",
"Context": "ฉันมองเห็นแล้วล่ะ... \"ช่วงเวลาทองคำ\" ที่เป็นจุดสูงสุดของการผสมผสาน รูปร่างและรสชาติ เส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด ในการถ่ายทอด และกระจายตัวของเครื่องปรุง แม้กระทั่งตอนที่กัดอาหาร สัญญาณคลื่นเสียงที่มีความถี่ต่างกัน ก็ส่งผลต่อรสชาติอย่างแผ่วเบา..."
},
{
"Title": "ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - บทสรุป",
"Context": "ขอบคุณมากนะ เพราะความช่วยเหลือ และแรงบันดาลใจจากเธอ ตอนนี้ฉันถึงรวบรวมวัตถุดิบ ที่มีศักยภาพทั้งหมด และสกัดเครื่องปรุงที่สมบูรณ์แบบ ที่สุดจากโลกธรรมชาติ เพื่อทำอาหารชั้นยอดออกมาได้ หลังจากนี้... ก็ไปค้นหายอดเขาใหม่ ที่ไม่มีที่สิ้นสุดละกัน!"
},
{
"Title": "สกิลธาตุ - 1",
"Context": "ได้เวลาแช่แข็ง"
},
{
"Title": "สกิลธาตุ - 2",
"Context": "ขนมหวานก่อนมื้อหลัก"
},
{
"Title": "สกิลธาตุ - 3",
"Context": "จัดการด้วยอุณหภูมิต่ำ"
},
{
"Title": "สกิลธาตุ - 4",
"Context": "ปรุงอาหารด่วนทันใจ"
},
{
"Title": "สกิลธาตุ - 5",
"Context": "ผสมผสานตามแรงบันดาลใจ..."
},
{
"Title": "สกิลธาตุ - 6",
"Context": "หวังว่าจะมีเซอร์ไพรส์นะ"
},
{
"Title": "ท่าไม้ตาย - 1",
"Context": "กระพือปีก... ราวกับห่านหิมะ!"
},
{
"Title": "ท่าไม้ตาย - 2",
"Context": "ผลงานชั้นเลิศเผยโฉม!"
},
{
"Title": "ท่าไม้ตาย - 3",
"Context": "รูปร่างและรสชาติ ปะทุออกมา!"
},
{
"Title": "เปิดหีบสมบัติ - 1",
"Context": "อ่าฮะ เหมือนคุกกี้เซอร์ไพรส์เลย"
},
{
"Title": "เปิดหีบสมบัติ - 2",
"Context": "วัตถุดิบพวกนี้... หมดอายุแล้วเหรอ?"
},
{
"Title": "เปิดหีบสมบัติ - 3",
"Context": "เทคนิคการซ่อนหีบสมบัตินี้ ไม่เลวเลยนะ"
},
{
"Title": "ค่าพลังชีวิตต่ำ - 1",
"Context": "พลาดแล้ว พลาดไปซะแล้ว"
},
{
"Title": "ค่าพลังชีวิตต่ำ - 2",
"Context": "ไม่มีปัญหาน่า... แค่ปรับไฟหน่อย"
},
{
"Title": "ค่าพลังชีวิตต่ำ - 3",
"Context": "ต้องหั่นอย่างระมัดระวัง..."
},
{
"Title": "ค่าพลังชีวิตของเพื่อนต่ำ - 1",
"Context": "ไปทำมาใหม่ซะ..."
},
{
"Title": "ค่าพลังชีวิตของเพื่อนต่ำ - 2",
"Context": "อย่าเพิ่งท้อสิ!"
},
{
"Title": "หมดสติ - 1",
"Context": "รสชาติที่น่ารังเกียจ..."
},
{
"Title": "หมดสติ - 2",
"Context": "ควบคุมไม่อยู่แล้ว..."
},
{
"Title": "หมดสติ - 3",
"Context": "เป็นความผิดฉันเหรอ..."
},
{
"Title": "รับการโจมตีปกติ - 1",
"Context": "วัตถุดิบเสียแล้ว..."
},
{
"Title": "โดนโจมตีอย่างหนัก - 1",
"Context": "กะ...กล้าดียังไง!"
},
{
"Title": "โดนโจมตีอย่างหนัก - 2",
"Context": "ห้าม... แสดงออกว่ากลัวนะ!"
},
{
"Title": "เข้าร่วมทีม - 1",
"Context": "การผจญภัยคือ เครื่องปรุงของแรงบันดาลใจ..."
},
{
"Title": "เข้าร่วมทีม - 2",
"Context": "มีดและส้อมพร้อมแล้ว"
},
{
"Title": "เข้าร่วมทีม - 3",
"Context": "ออกไปเดินเล่นกันระหว่างรอบ่มให้เข้าที่"
}
],
"FetterStories": [
{
"Title": "ข้อมูลตัวละคร",
"Context": "เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ที่อาหารของ Fontaine ได้รับการกล่าวขานจากชาว Teyvat ในเรื่อง \"ความสง่างามและความประณีต\" อันเป็นเอกลักษณ์\nหากถามเหล่านักวิจารณ์อาหารว่า เชฟชื่อดังที่แสดงถึงความเป็น Fontaine มากที่สุดคือใคร ชื่อของ \"อดีตหัวหน้าเชฟแห่งโรงแรม Debord\" อย่าง Escoffier จะต้องอยู่ในอันดับต้น ๆ แน่นอน\nในสายตาของบรรดาลูกค้า Escoffier ได้ก่อตั้งสำนัก \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" ขึ้นมา และเป็นผู้บุกเบิก \"การปฏิวัติทฤษฎีการปรุงอาหาร\" เชี่ยวชาญในการวัดปริมาณ เครื่องปรุงรสด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างสรรค์ให้เป็นทัศนียภาพ แห่งรสชาติที่งดงามและมีชีวิตชีวา\nในบทความของนักวิจารณ์ Escoffier เป็น \"หัวหน้าเชฟปีศาจ\" ผู้สามารถทำให้ผู้ที่ยึดติดกับสิ่งเก่า รู้สึกสั่นสะเทือน เธอเป็นผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้วงการอาหาร ถึงขั้นเปิดเส้นทางวิวัฒนาการใหม่ ให้กับวงการทำอาหารอย่างต่อเนื่อง ในกระบวนการส่งเสริมการพัฒนา เทคโนโลยีอุตสาหกรรม เธอยังลดต้นทุนอาหารหรู ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อาหารชื่อดังหลายจาน ได้เสิร์ฟให้คนทั่วไปได้ลิ้มลอง\nเพื่อนร่วมอาชีพ และบรรดาลูกศิษย์ของเธอ โจษจันกันว่า Escoffier เป็นตัวแทนของ \"กฎเกณฑ์ที่เข้มงวด\" ที่ไม่มีทางทำสิ่งใดแบบขอไปที หากมีข้อผิดพลาด หรือเลินเล่อแม้แต่น้อย ในระหว่างปรุงอาหาร เธอจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างเฉียบขาด และแม่นยำ เมื่อใดที่ต้องเผชิญหน้ากับ Escoffier ต้องเคารพส่วนผสม และเครื่องปรุงทุกอย่าง และใส่ใจในทุกขั้นตอนการปรุงอาหาร ถึงจะสร้างผลงาน ที่ทำให้เธอพยักหน้า ด้วยความพึงพอใจออกมาได้\nในสายตาของ Navia และเพื่อน ๆ จริง ๆ แล้ว Escoffier เป็นเด็กสาว ที่มีความอดทนและละเอียดรอบคอบ เธอมักจะ หาแรงบันดาลใจในการทำอาหาร จากการพูดคุยกับเพื่อน ๆ หรือฟังบทเพลงซิมโฟนีที่ซับซ้อน การเพลิดเพลินไปกับ ช่วงเวลาดื่มน้ำชายามบ่ายร่วมกับเธอ ก็เหมือนกับ การเปิดกล่องของขวัญเซอร์ไพรส์ ที่มีรสชาติแปลกใหม่ และน่าทึ่งให้ได้ลิ้มลองอยู่เสมอ...\nแต่ในสายตาของ Escoffier เอง เธอดูเหมือนจะไม่เห็นความรุ่งโรจน์ใน \"อดีต\" เลย แต่เห็นเพียงตัวเธอเองใน \"ปัจจุบัน\" และเป้าหมายใน \"อนาคต\" เท่านั้น...\nแม้จะได้ลิ้มรสผลงานที่ตน ทุ่มเททั้งกายใจลงไป แต่หลังจากความพึงพอใจ และหลงใหลเพียงชั่วครู่ผ่านไป เธอก็ยังคงจมอยู่ในห้วงความคิด และค้นหาข้อบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แม้แต่นักชิมที่มากด้วยคุณวุฒิ ก็ยังไม่อาจสังเกตเห็นได้...\n\"รสชาติยังห่างจากคำว่า สมบูรณ์แบบอีกมาก... ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกเยอะเลย!\""
},
{
"Title": "เรื่องราวของตัวละคร 1",
"Context": "Escoffier เป็นเด็กที่รู้ความตั้งแต่เด็ก... เด็กจนน่าตกใจเลยทีเดียว\nEscoffier มีประสาทรับรส ที่เฉียบคมมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งคุณสมบัตินี้ ก่อให้เกิดการตอบสนองอย่างรุนแรง ต่อความอยากรู้อยากเห็นของเธอ...\nเมื่อใดที่พ่อแม่ไม่ทันได้สังเกต Escoffier ก็จะชิมวัตถุดิบ และเครื่องปรุงทั้งหมดในห้องครัว จากนั้นก็จะจัดเรียงพวกมัน ให้เป็นระเบียบตามรสหวาน เค็ม เปรี้ยว และเผ็ด จากรสอ่อนไปยังรสเข้ม จากนั้นก็ชี้ให้แม่ของเธอดู ว่าเธอชอบรสชาติแบบไหนบ้าง\nขณะที่เด็กคนอื่น ๆ เล่นสนุกกันอย่างไร้จุดหมาย Escoffier กลับง่วนอยู่กับการแยกแยะว่า \"ขนมปังบาแก็ตอันไหน ที่ออกจากเตามานานเกินไป จนไม่สดใหม่แล้วบ้าง\" และพยายามแสดงให้แม่เห็นว่า ขนมปังที่โดนความชื้นพวกนี้ \"ต้องเปลี่ยนเป็น ของใหม่ที่เพิ่งอบเสร็จ\" เธอโบกมือเล็ก ๆ พลางกะพริบตาปริบ ๆ แม่ของเธอหัวเราะเบา ๆ พลางหั่นขนมปังให้เธอหลายแผ่น และตักซุปข้นให้เธออีกชาม ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่า เธอยังกินไม่อิ่ม...\nแน่นอนว่า ครอบครัวของ Escoffier ไม่ได้ร่ำรวยถึงขนาดที่จะทิ้งขนมปัง ที่เพิ่งนิ่มไปโดยไม่กินได้ ดังนั้น Escoffier ในวัยสองขวบ จึงเรียนรู้การปรุงรสอาหาร ทั้งสามมื้อของตัวเอง โดยใช้เกลือทะเล เนย น้ำตาล และพริกไทย\nเมื่อเห็นเช่นนั้น พ่อแม่ของเธอซึ่งเป็นเชฟจึงค่อย ๆ ตระหนักได้ถึงความพิเศษของลูกสาว พวกเขาไม่เพียง จัดหาเครื่องปรุงรสมากมาย มาให้ลูกสาวเท่านั้น แต่ยังให้พื้นที่ Escoffier ได้แสดงฝีมืออีกด้วย\nนอกจากจะสอน Escoffier ให้รู้จักกับสุนทรียศาสตร์แห่งบทกวี และศิลปะแล้ว พ่อแม่ของเธอยังเริ่มเล่า ประวัติศาสตร์ของ \"การทำอาหาร\" ให้เธอฟัง ให้เธอค่อย ๆ ตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพเชฟ และจดจำไว้ว่า \"ชุดเชฟที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ก็เหมือนกับห่านปีกหิมะที่สวยงาม\"\nไม่นานนัก Escoffier ก็จมอยู่ในโลกแห่งอาหารอย่างสิ้นเชิง เธอขอตามพ่อแม่ไปทำงานด้วย จากนั้นก็นั่งในมุม ที่เงียบที่สุดของร้านอาหาร หลังจากได้รับการอนุญาต จากเจ้าของร้าน ทุกครั้งที่พ่อแม่ทำอาหารหนึ่งอย่าง ก็จะเก็บอาหารตัวอย่างเล็ก ๆ ไว้ให้ Escoffier ที่อยากรู้อยากเห็นได้ลองชิมรสชาติ\nแต่หารู้ไม่ว่า นี่แหละคือการ \"ฝึกฝน\" อย่างจริงจังของ Escoffier\nพรสวรรค์ที่พิเศษเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ได้ก้าวหน้าไปอีกขั้น และค่อย ๆ พัฒนาไปจนถึงระดับที่น่าทึ่ง\nไม่ว่าจะเสิร์ฟเมนูไหนให้กับ Escoffier เธอก็สามารถรู้ส่วนผสม และเครื่องปรุงรสทั้งหมดในอาหารได้ หลังจากชิมคำเดียว และครุ่นคิดสักสองสามนาที หนำซ้ำยังสามารถประเมิน ปริมาณส่วนผสมแต่ละอย่างได้ด้วย\nในที่สุด เมื่อ Escoffier อายุได้สี่ขวบ เธอก็ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ... การจำแนกแยกแยะ และปรุงรสนั้นไม่พออีกต่อไป แต่ต้องทำอาหาร ที่ทำให้ตัวเองพึงพอใจ และทำให้ทุกคนต้องทึ่ง\n\"มื้อเย็นวันนี้ หนูขอทำเองได้มั้ย?\"\nด้วยความที่เป็นเมนูแรกที่ลงครัวทำเอง Escoffier จึงเลือกเมนูที่หายากอย่าง \"รูลาดกรอบสามชั้น\" (Golden Trinity Roulade): ซึ่งประกอบด้วยเนื้อปลา เนื้อไก่ และเครื่องในที่ห่อด้วยแป้งพายสีทอง เกิดเป็นรสชาติที่ผสมผสานกัน อย่างน่าอัศจรรย์\nความยากของมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย เพราะมีเพียงการจัดการส่วนผสม แต่ละชนิดอย่างแม่นยำเท่านั้น ที่จะทำให้รสชาติของส่วนผสม แต่ละอย่างเข้ากันได้อย่างลงตัว หากพลาดนิดเดียว ก็เท่ากับเป็นการทรมานปลายลิ้นตัวเอง\nEscoffier ทำตามคำแนะนำในสูตรอย่างเคร่งครัด โดยวัดปริมาณส่วนผสม และเครื่องปรุงแต่ละอย่างอย่างแม่นยำ รวมทั้งเวลาที่ต้องใช้ในแต่ละขั้นตอน มือเล็ก ๆ ของเธอง่วนเป็นระวิง และใบหน้าเล็ก ๆ นั้นก็แดงก่ำเพราะความกังวล ในการใช้เวลาสองชั่วโมงอันแสน \"คุ้มค่า\" นี้ให้ผ่านไป...\nความพยายามที่ดูจะเก้ ๆ กัง ๆ นี้ ไม่ได้กลายเป็นผลงานชิ้นเอก อันน่าทึ่งของอัจฉริยะ เหมือนอย่างในเทพนิยายแต่อย่างใด\nพ่อแม่ที่ได้กิน \"รูลาดกรอบสามชั้น\" แล้วต่างพยักหน้า พลางหัวเราะอย่างมีความสุข และเอ่ยชม Escoffier จากใจจริง ทว่าหลังจากมื้อเย็นสิ้นสุดลง เมื่อ Escoffier ลองชิมอาหารตัวอย่าง ที่เหลืออยู่ตามลำพัง หางคิ้วก็ค่อย ๆ ลู่ตกลงมา\nเธอไม่สามารถทำอาหาร ที่ทำให้เธอเองถูกใจได้เลย\n\"รู้สึกแปลก ๆ แฮะ มันขาดอะไรสักอย่าง...\"\nในคืนนั้น Escoffier นอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง ครุ่นคิดวนเวียนซ้ำ ๆ:\n\"หรือเป็นเพราะ... ฉันยังกินและทำอาหารไม่มากพอ ก็เลยปรุงรสได้ไม่พิถีพิถันพอนะ?\"\n\"แค่อ่านสูตรอาหารให้เข้าใจ แล้วทำอาหารออกมาตามแบบ มันยังไม่พอ!\"\nตั้งแต่นั้นมา Escoffier ก็มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน...\nเธอจะชิมอาหารให้มากขึ้น เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ด้านอาหารของตัวเองอย่างต่อเนื่อง และปรุงอาหารเลิศรสที่ทำให้ทุกคน ต้องตะลึงออกมาให้ได้!"
},
{
"Title": "เรื่องราวของตัวละคร 2",
"Context": "\"เพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ด้านอาหาร\" เป้าหมายที่เรียบง่ายนี้ มีค่าใช้จ่ายมหาศาลอยู่เบื้องหลัง\nเพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระ ทางการเงินให้แก่ครอบครัว Escoffier จึงเริ่มต้นการต่อสู้ของเธอ ในโลกแห่งอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย...\nเธอจงใจหลบเลี่ยงคนรู้จักของพ่อแม่ และไปหาร้านอาหาร ที่ยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงนัก จากนั้นก็ดิ้นรนเพื่อให้ได้ ฝากตัวเป็นศิษย์เข้าไปช่วยงานในครัว\nจากการคอยดูเหล่าเชฟทำอาหาร และช่วยพวกเขา ทำขั้นตอนสำคัญให้สำเร็จ ทำให้ Escoffier คุ้นเคยกับส่วนที่ยาก ในการทำอาหารแต่ละเมนู ได้อย่างรวดเร็ว\nส่วนในกรณีที่ลูกค้าไม่พอใจนั้น Escoffier ก็สามารถวิเคราะห์อย่างละเอียดได้ ด้วยการชิมอาหารตัวอย่าง ที่เก็บไว้ในครัว บวกกับขั้นตอนการปรุงอาหาร ของเชฟที่อยู่ในความทรงจำ\nในขณะเดียวกัน หากงานยุ่งเกินไปก็ยากจะ เลี่ยงความผิดพลาดได้เช่นกัน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นข้างเตานั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ จากการอ่านสูตร และสื่อการสอนเพียงอย่างเดียว\nเดิมทีเชฟในร้านอาหารคิดว่า ลูกศิษย์คนนี้อายุยังน้อยเกินไป ถึงจะพลาดพลั้งทำให้หม้อ ที่เต็มไปด้วยอาหารคว่ำไป พวกเขาก็ยังพอเข้าใจได้อยู่\nแต่ Escoffier เป็นฝ่ายขอร้องพวกเชฟว่า อย่าไว้หน้าเธอ ทั้งคำพูดที่โหดร้าย คำตำหนิที่ฟังแล้วบาดหูทั้งหมด เธออยากรับฟังทุกอย่าง\nไม่ชอบงั้นเหรอ? งั้นก็อย่าทำพลาดโง่ ๆ แบบเดิมซ้ำสองอีกสิ\nEscoffier ต้องจดจำ \"ข้อผิดพลาด\" เหล่านี้ให้เร็วที่สุด และสั่งสมไว้เป็น \"ประสบการณ์\" ของตัวเอง\nในเวลาเพียงแค่ครึ่งปี ความรู้ในการทำอาหารของ Escoffier ก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่นานนัก เธอก็สามารถทำเมนูจานหลัก ของร้านด้วยตัวเองได้แล้ว\nขณะมองดูลูกศิษย์ตัวน้อย ที่เพิ่งสูงพ้นเตาขึ้นมา กำลังยืนอยู่บนเก้าอี้ กวัดแกว่งเครื่องครัว ที่หนักเป็นครึ่งนึง ของน้ำหนักตัวเธอเอง เพื่อทำอาหารชั้นเลิศออกมา...\nเจ้าของร้านอาหารรู้สึกประทับใจ กับความกระตือรือร้นของ Escoffier และให้เงินเดือนเธอ ในฐานะพนักงานประจำของร้าน ทำให้เธอได้รับคำชมว่าเป็น \"เชฟตัวน้อย\"\nส่วน Escoffier เองก็ใช้ Mora ที่ได้มาจากการทำงานที่นี่ ไปกับ \"การชิมอาหารจานดัง\" เป็นส่วนใหญ่\nทุกครั้งที่ได้วันหยุด เธอมักจะชวนพ่อแม่ไปเยี่ยมชม ร้านอาหารชื่อดังต่าง ๆ ในนครว่าการ Fontaine เพื่อลิ้มลองเมนูที่ดีที่สุดของร้านนั้น\nขณะที่พ่อแม่ของเธอกำลังทึ่งกับ รสชาติแปลกใหม่ของอาหารชั้นสูง Escoffier จะครุ่นคิดถึง วิธีจัดการกับวัตถุดิบอย่างลึกซึ้ง พร้อมกับบันทึกแรงบันดาลใจ ที่ผุดขึ้นมาในหัวอย่างต่อเนื่อง\nยิ่งชิมอาหารเลิศรสมากเท่าไหร่ ทักษะการปรุงอาหาร ก็ยิ่งพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยิ่งหา Mora ได้มากขึ้น ก็จะได้ลิ้มลองอาหารที่ประณีต ยิ่งกว่าเดิมต่อไปอีก... วงจรเชิงบวกนี้ทำให้ Escoffier หลงใหลไปกับมัน\nแต่มีเมนูหนึ่งที่เธอไม่เคยรู้รสชาติ ที่แท้จริงของมัน\n\"Gateau Debord\" ในตำนาน ซึ่งเคยเป็นที่นิยมมากเมื่อร้อยปีก่อน กลับหายสาบสูญไปจากโลกนี้ พร้อมกับการจากไปอย่างกะทันหัน ของหัวหน้าเชฟคนแรกของร้านอาหาร Debord\nคนรุ่นหลังเอง ก็พยายามทำเมนูนี้ขึ้นมาใหม่ โดยอาศัยจากคำพูดเพียงไม่กี่คำ และบันทึกในประวัติศาสตร์ ซึ่งในบรรดานั้นมีเมนูเลียนแบบ จำนวนไม่น้อยที่สร้างกระแสฮือฮา ในวงการอาหารของ Fontaine\nแต่ Escoffier ลองชิมดูแล้ว อาหารพวกนี้รสหวานอร่อยมาก แต่ก็ยังมีความน่าผิดหวังบางอย่าง ที่อธิบายไม่ได้: ขนมหวานในตำนาน... มันแค่นี้เองเหรอ?\nหลังจากวันเกิดครบรอบห้าขวบของ Escoffier เชฟใหญ่ขององค์กรกุหลาบหนาม ได้เปิดตัวเมนูเลียนแบบอีกเมนูหนึ่ง ว่ากันว่ารสชาติใกล้เคียงกับ ของต้นฉบับเมื่อปีนั้นมาก\nองค์กรกุหลาบหนามถึงขั้น ติดต่อไปหาโรงแรม Debord เพื่อให้จัดงานชิมอาหาร สุดยิ่งใหญ่โดยเฉพาะ ซึ่งวันเปิดงานตรงกับวันเกิดของ Escoffier พอดี\nแต่เค้กที่จัดเตรียมไว้สำหรับแต่ละวัน มีเพียงสิบหกชิ้นเท่านั้น และยังถูกเหล่าคนดัง จับจองไว้ตั้งนานแล้ว... ไม่ว่า Escoffier จะกระหายอยากได้แค่ไหน ก็ไม่อาจลิ้มรสมันได้\nในวันเกิดครบรอบห้าขวบ Escoffier ยังขอร้องพ่อแม่ให้พาเธอไปที่โรงแรม Debord แม้ว่าเธอจะได้เห็นแค่สี กลิ่น และรูปร่างของเค้กในตำนานก็ตาม ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะได้อะไรกลับมาบ้าง\nผลลัพธ์ที่เหนือคาดได้มาโดยไม่คาดคิด ด้านนอกโรงแรม ลมกระโชกวูบหนึ่ง พัดเอาหมวกปีกกว้างใบสวย ใบหนึ่งหมุนคว้างมาตกอยู่ในมือ Escoffier\nEscoffier มองไปรอบ ๆ ด้วยความงุนงง หลังจากพลิกดูอยู่หลายรอบ ในที่สุด เธอก็ตามกลิ่นกุหลาบอันร้อนแรง สุดจะเปรียบบนหมวกใบนั้นไป จนพบเจ้าของของมัน... ซึ่งก็คือ Navia ที่กำลังร้อนใจนั่นเอง\nเพื่อเป็นการขอบคุณ Escoffier แล้ว Navia จึงยกเค้กที่เชฟใหญ่ ตั้งใจเก็บไว้ให้เธอเองออกมา แล้วเชิญ Escoffier มาร่วมเพลิดเพลิน ไปกับรสชาติในฝันด้วยกัน\n\"...ไม่เป็นไรจริง ๆ! จะแอบบอกอะไรให้นะ...\" Navia ฉวยโอกาส ตอนที่พวกผู้ใหญ่ไม่ทันสนใจ ลดเสียงเบาลงเพื่อบอก Escoffier ที่ยังลังเลอยู่ว่า \"ฉันแอบกินมาหลายครั้งแล้ว... ยังไงมาการองก็อร่อยกว่าอยู่ดี!\"\nเมื่อความอยากรู้อยากเห็น มีชัยเหนือมารยาทและความเกรงใจ Escoffier จึงอดใจไม่ไหวตักเค้กชิ้นหนึ่งขึ้นมา\nรสชาติอร่อยก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะดีที่สุด เทียบกับเมนูเลียนแบบ ที่เธอเคยกินมาแล้วก็ยังเฉย ๆ ไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ได้แย่\nแต่นี่เป็นของขวัญล้ำค่า จากเพื่อนใหม่ที่อยู่ตรงหน้า แถมยังเป็นผลงานของเชฟใหญ่ ในองค์กรของเธออีก... แบบนี้ควรจะวิจารณ์ไปตามจริงมั้ยนะ?\n\"เป็นไงบ้าง? อร่อยมั้ย... ต้องบอกมาตามจริงนะ!\"\nคำพูดนี้ ได้ลบล้างความลังเลทั้งปวงของเธอ เมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนและอาหาร ก็ไม่ควรพูดปดแม้แต่นิดเดียว\nดังนั้น Escoffier จึงประเมินอย่างเข้มงวดแต่ซื่อสัตย์ เช่นเดียวกับที่เธอทำมาตลอดอีกสิบกว่าปี:\n\"...มันธรรมดาจริง ๆ นั่นแหละ\""
},
{
"Title": "เรื่องราวของตัวละคร 3",
"Context": "ระหว่างอาหารที่ \"รสชาติประณีต\" กับ \"รสชาติน่าหลงใหล\" นั้น มีช่องว่างที่โหดร้ายยิ่งกว่า ความแตกต่างในแง่ความหมาย ตามตัวอักษรเสียอีก\nหลังจากสรุปและเปรียบเทียบ กับเมนูเลียนแบบ ที่เคยชิมมาในช่วงหลายปีนี้ อย่างจริงจัง Escoffier ก็ตัดสินใจแล้วว่า จะสร้าง \"Gateau Debord\" ในฝันของเธอเองขึ้นมา\nเธอพยายามใช้เมนูชั้นยอดนี้ เป็นจุดเริ่มต้น เพื่อกรุยทางฝ่าเข้าไป ในโลกแห่งอาหารชั้นเลิศ\nด้วยความที่ไม่รู้สูตรเลย Escoffier จึงได้แต่ต้องใช้วัตถุดิบ ที่ไม่ได้หายากมากนัก เพื่อที่จะค่อย ๆ \"จำลอง\" รสชาติของเมนูชั้นยอดนี้ ไปทีละขั้นตอน\nถ้าจะพูดว่า การอ้างอิงสูตรอาหารที่มีอยู่แล้ว การเรียนรู้วิธีปรุงอาหาร และการปรับปรุงสูตรที่มีอยู่ ก็เหมือนการสร้าง บ้านสไตล์คลาสสิกขึ้นมาใหม่ แล้วปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอก ของมันให้แตกต่างไปจากเดิม...\nถ้าอย่างนั้น วิธีการ \"จำลอง\" ของ Escoffier ก็คือการออกแบบและ ก่อสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ โดยเริ่มจากศูนย์อย่างสิ้นเชิง\nขอเพียงมีเครื่องปรุงในส่วนผสม ที่ทำให้เกิดรสชาติที่คาดไม่ถึง ในขั้นตอนการปรุงอาหาร หากปริมาณไม่แม่นยำ... หอคอยแห่งรสชาตินี้ก็จะพังทลายลง และอาหารทั้งจาน ต้องเริ่มทำใหม่หมดตั้งแต่ต้น\nด้วยเหตุนี้ นอกเหนือจาก งานในร้านอาหารแต่เดิมแล้ว Escoffier ยังได้เริ่มให้บริการ \"เมนูตามสั่ง\" ที่ไม่เหมือนใคร: โดยอนุญาตให้ลูกค้าระบุวัตถุดิบ และความต้องการเอง แล้วเธอจะทำอาหาร ที่ไม่มีอยู่ในเมนูให้กับพวกเขา\nวิธีนี้จะผลักดันให้ Escoffier ออกจากเซฟโซน และเผชิญหน้ากับความต้องการ ที่คาดไม่ถึงได้อย่างเต็มที่ ทำความคุ้นเคยกับวัตถุดิบต่าง ๆ ในการทดลองผสมผสานกัน อย่างต่อเนื่อง... เพื่อค้นหา \"รสชาติดั้งเดิม\" และ \"รสชาติที่แฝงเร้น\" ของวัตถุดิบแต่ละอย่างให้ได้มากที่สุด\nระหว่างที่ฝึกฝนวันแล้ววันเล่า หลายปีผ่านไปในชั่วพริบตา Escoffier ก็ค่อย ๆ วาด \"แผนภูมิสเปกตรัมรสชาติของวัตถุดิบ\" ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง และค้นพบศาสตร์การทำอาหาร ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอเอง\nเธอตั้งชื่อให้กับศาสตร์แขนงนี้ว่า \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" ซึ่งไม่ถูกจำกัดด้วยวัตถุดิบแบบเดิม ๆ แต่เน้นที่รสชาติพื้นฐาน ของวัตถุดิบแต่ละอย่าง เธอให้ความสำคัญอย่างยิ่ง กับการชั่งตวงวัดอย่างแม่นยำ และการวิเคราะห์ปฏิกิริยาต่อเนื่อง ที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอน ของกระบวนการทำอาหาร เพื่อสร้างวิธีการปรุงอาหาร จากล่างขึ้นบนอย่างแท้จริง\nตอนนี้เอง Escoffier ถึงได้รู้สึกว่าเธอ \"เพิ่งได้เข้าวงการ\" และเริ่มทุ่มเทไปกับการพัฒนา อาหารระดับที่สูงขึ้นอย่างเต็มที่ ท้าทายขอบเขตของความสมบูรณ์แบบ อย่างเป็นทางการ\nด้วย \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" ที่เพิ่งฉายแสงโดดเด่นนี้ ทำให้ Escoffier สร้างเมนูของหวานใหม่ที่ \"ชวนให้หลงใหล\" ได้สำเร็จ\nต้องขอบคุณชื่อเสียงจาก \"เมนูตามสั่ง\" ของ Escoffier ในหมู่ลูกค้าของเธอก่อนหน้านี้ ทำให้เค้กรูปแบบใหม่ของเธอ ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดตัว และขายดีทั่วบ้านทั่วเมือง\nในที่สุดข่าวนี้ก็มาถึงหู Furina ซึ่งทำให้เธอนึกสนใจขึ้นมาทันที และตัดสินใจแวะไปที่ร้านของ Escoffier กะทันหันในช่วงพักจากการแสดง หมายจะดูหน้าตาของ ขนมยอดนิยมสักหน่อย...\nการมาของ Furina ทำให้ทุกคนในร้านตกตะลึง ส้อมและมีดในมือลูกค้า นิ่งค้างกลางอากาศ ในขณะที่เชฟทุกคนมือไม้สั่นไปหมด จนไม่มีใครสนใจอาหาร ที่ทำค้างอยู่อีกต่อไป\nมีเพียง Escoffier เท่านั้นที่ปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติได้ หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง และทักทาย Furina อย่างจริงใจและสง่างาม หลังจากเตรียมอยู่สักพัก เธอก็นำผลงานของเธอออกมาเสิร์ฟ\nตอนนั้นเองที่ Furina อ่านความรู้สึกที่พิเศษได้ จากในดวงตาของ Escoffier..\nคลั่งไคล้? ไม่ใช่สิ... ต้องบอกว่าหลงใหลมากกว่า\nเชฟสาวคนนี้ คล้ายกับเฝ้ารอโอกาสมาตลอด อาหารทุกจานของเธอ จัดเต็มไม่มีกั๊กเลยแม้แต่น้อย ถึงขนาดที่เมื่อเธอนำอาหารมาเสิร์ฟ ให้ท่านเทพแห่งน้ำผู้สูงส่ง เธอกลับรู้สึกเหมือน ถูกสปอตไลต์ส่องสว่าง และตั้งตารอปฏิกิริยาของ Furina หลังจากได้ชิมอาหารเป็นอย่างมาก\nด้วยความสงสัย Furina ขยับมีดและส้อม เธอรับรู้ได้ถึงรสชาติของ ตัวโน้ตบนปลายลิ้น ที่เหมือนบทเพลงซิมโฟนีจาก \"เค้กอุปรากรเคลือบน้ำตาลลิลลี่\" ทำให้เธอฮัมเพลงคลอไปตาม ท่วงทำนองสนุกสนานนั้นอยู่เงียบ ๆ\nหลังกินอาหารเสร็จ Furina ก็เอ่ยชมเชยเธออย่างไม่ลังเล และตรวจสอบแหล่งที่มา ของรสหวานต่าง ๆ อย่างละเอียด ก่อนจะจากไปยังไม่วายถามชื่อของ Escoffier อีกสองครั้งด้วย\nคืนนั้น Escoffier นอนไม่หลับทั้งคืน เพราะจู่ ๆ ก็ได้รับคำชมจากท่าน Furina ทำให้เธอรู้สึกราวกับฝันไป มันช่างงดงามเสียจนดูไม่เหมือนจริง...\nความฝันแบบนี้ ยังมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีกมั้ยนะ?\nคำตอบก็คือแน่นอน เพราะเช้าวันต่อมา จดหมายเชิญจากพระราชวัง Mermonia ก็ปรากฏบนโต๊ะของ Escoffier\n...\nหลายปีต่อมา เมื่อ Furina พูดถึงการพบกันครั้งแรกของเธอกับ Escoffier ในงานเลี้ยงน้ำชาอีกครั้ง เธอก็ยังคงทึ่งกับท่าทีสุขุม และสง่างามของ Escoffier ในตอนนั้นอยู่ดี\nทว่าในเวลานี้เอง Escoffier กลับ \"กระวนกระวาย\" ขึ้นมาอย่างหาได้ยาก แต่เธอก็ยังพูดออกไปตรง ๆ ว่าตอนนั้นตัวเองทำได้ยังไง:\n\"ที่จริงตอนนั้น... สมองฉันว่างเปล่าไปหมด เลยทำอาหารไปตามสัญชาตญาณล้วน ๆ\""
},
{
"Title": "เรื่องราวของตัวละคร 4",
"Context": "\"Escoffier เชฟผู้ทำให้เราประหลาดใจได้เอ๋ย เจ้าได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถ ที่ไม่เหมือนใครในด้านขนมหวาน สร้างกองทัพในด้านนี้ด้วยตัวคนเดียว...\"\n\"...เพราะฉะนั้น เราขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็น 'แม่ทัพขนมหวาน' ของเรา!\"\nในห้องรับรองของพระราชวัง Mermonia นั้น Furina ได้สวมหมวกเชฟฝีมือประณีตให้กับ Escoffier และมอบฉายาเชฟ ที่ไม่มีใครเหมือนให้กับเธอ พร้อมทั้งมอบตราที่ระลึก ที่เธอออกแบบเองให้ด้วย\nเวลานี้ Escoffier ได้รับกำลังใจสูงสุด ราวกับว่าเธอได้กลายเป็น นายพันระดับแนวหน้าของ Furina ไปแล้ว กระแสความอบอุ่นจากก้นบึ้งของหัวใจ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจอันทรงพลัง\nความมุ่งมั่นของเธอ ก็พัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน... ต้องคอยสร้างสรรค์สินค้าใหม่ ๆ ที่ทำให้ท่าน Furina พอใจอยู่เสมอ!\nแต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ภายในพระราชวัง Mermonia จึงไม่มีห้องครัวที่มีอุปกรณ์ครบครัน อย่างมากก็ทำได้แค่อาหารง่าย ๆ ทำให้ Escoffier ไม่สามารถแสดงฝีมือ ในการทำอาหารของเธอได้อย่างอิสระ\nหมายความว่า Escoffier ยังต้องทำขนมหวานให้ Furina ที่ร้านอาหารของชาวเมืองตามปกติ จากนั้นก็บรรจงจัดลงจาน ปิดผนึกเก็บไว้อย่างระมัดระวัง แล้วส่งตรงไปถึงโต๊ะของ Furina ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง\nส่วนโรงแรม Debord ก็ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ได้อย่างประจวบเหมาะ ด้วยการตั้งตำแหน่ง \"หัวหน้าเชฟผู้เชี่ยวชาญ\" ขึ้นมาให้ Escoffier ซึ่งในแง่ชื่อตำแหน่งนั้น มีสถานะทัดเทียมกับหัวหน้าเชฟ สามารถใช้วัตถุดิบชั้นสูง ของโรงแรมได้ตามใจชอบ เพื่อสะดวกต่อการมอบ อาหารเลิศรสไร้ที่ติให้กับท่าน Furina\nความจริงแล้ว นี่เป็นการร่วมมือทางธุรกิจ ที่ได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย: Escoffier ได้รับอุปกรณ์และวัตถุดิบที่ดีที่สุด และขนมหวานทั้งหมดที่เธอทำ จะติดฉลาก \"ผลิตโดยโรงแรม Debord\" ซึ่งจะช่วยเสริมสถานะของโรงแรมใน Fontaine ให้แข็งแกร่งไปอีกขั้น\nแต่ดูเหมือนว่าพวกผู้บริหารโรงแรม Debord จะมองข้ามไปว่า Escoffier ไม่ได้เป็นแค่เชฟขนมหวานเท่านั้น เธอมีความรู้ด้านการทำอาหาร ที่กว้างขวางกว่าเชฟทั่วไปมาก และท่าน Furina ก็ไม่ได้จมอยู่กับครีม น้ำตาล และแยมผลไม้ตลอดทั้งสามมื้อ บางครั้งเธอก็ให้ \"แม่ทัพขนมหวาน\" ทำอาหารจานหลักบ้าง...\nดังนั้น ในช่วงเวลานี้เอง Escoffier จึงได้ปลดปล่อยพรสวรรค์ โดยไม่ต้องเกรงกลัว และฝึกฝนทักษะการปรุงอาหาร จนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ...\nเธอได้รังสรรค์เมนูคลาสสิก ของโรงแรม Debord ทุกจานให้ได้มาตรฐานไร้ที่ติ ในระดับที่เพื่อนร่วมอาชีพของเธอ ไม่สามารถเทียบได้ และเธอยังได้ฟื้นฟูสูตรอาหาร ที่หายไปหลายสูตร หรือไม่ก็ปรับปรุงสูตรอาหารที่มีอยู่ ให้ดีขึ้นอีกด้วย\nหัวหน้าเชฟในตอนนั้น เป็นรุ่นพี่ที่ยึดหลักความเป็นจริง เดิมทีเธอได้คัดเลือก ผู้สืบทอดคนต่อไปแล้ว แต่หลังจากที่ Escoffier ปรากฏตัวขึ้น เธอก็พบว่าอีกฝ่าย มีข้อได้เปรียบทุกด้าน จึงให้ทั้งสองฝ่าย แข่งขันกันอย่างสันติ\nEscoffier เองก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ใช้เมนู \"จุมพิตแห่งคลื่นทราย\" (Wave-Kissed Sands) ที่ดูเรียบง่ายและไม่โดดเด่น แต่ที่จริงแล้วเต็มไปด้วยบททดสอบ ที่แฝงเร้นอยู่ทั่วทุกที่ ทำให้ผู้สืบทอดคนเดิม ยอมรับความพ่ายแพ้\nด้วยเหตุนี้ Escoffier จึงลงเอยได้เป็นหัวหน้าเชฟ ที่อายุน้อยที่สุด ในประวัติศาสตร์ของโรงแรม Debord และตราที่ระลึกที่ท่าน Furina ออกแบบก็กลายมาเป็น สัญลักษณ์ประจำตัวของ Escoffier และค่อย ๆ ยกระดับกลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง \"ความอร่อยระดับแนวหน้า\"\nภายใต้การนำของเธอ เชฟของโรงแรม Debord ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม และปรับปรุงคุณภาพอาหารทั้งหมด ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่นักวิจารณ์อาหารที่เรื่องมากที่สุด ก็ยังหาจุดบกพร่องไม่เจอ\nหลังจากที่เข้ารับตำแหน่งเพียงแค่ครึ่งปี Escoffier ก็ได้บรรลุจุดสูงสุดของอาชีพ เธอถูกยกย่องว่า เป็นหัวหน้าเชฟที่โด่งดังรุ่งโรจน์ ที่สุดในวงการอาหารของ Fontaine รองจาก Modeste \"อัจฉริยะ\" ผู้ก่อตั้งโรงแรม Debord\nทว่าบนโลกนี้ไม่มีเทพนิยายใด ที่ทุกอย่างราบรื่นไปได้ตลอด Escoffier ก็เช่นกัน\nหลังจากอยู่ที่โรงแรม Debord แล้ว Escoffier ก็พบว่า ดูเหมือนเธอจะประสบปัญหาคอขวด ในการพัฒนา...\nกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มจะมี \"วัฒนธรรมการกิน\" เป็นของตัวเอง ซึ่งสิ่งนี้เกิดจากการรวมกัน ของปัจจัยต่าง ๆ เช่น เวลา ประวัติศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม ซึ่ง Escoffier ไม่สามารถต่อกรกับ ความเคยชินเช่นนี้ตามลำพังได้\nอย่างเช่น สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ที่แต่งกายภูมิฐาน ไม่มีทางกิน Fish and Chips ด้วยมีดส้อมสุดหรูอย่างเอร็ดอร่อย คนงานที่มีงบจำกัด ก็ยากที่จะเข้าใจถึงความดีงามของ ฟัวกราส์ระดับพรีเมียม...\nด้วยเหตุนี้เอง เวลาที่ Escoffier อยู่ในห้องครัวของโรงแรม Debord อาหารที่เธอทำจึงถูกจำกัด อยู่ในขอบเขตที่ลูกค้าประจำ สามารถยอมรับได้มานานแล้ว\nทว่าปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ จากความนิยมของร้านอาหาร ที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ยังทำให้แรงใจของ Escoffier ที่ต้องจัดการกับพนักงานในครัว และต้องคอยควบคุมคุณภาพของ อาหารแต่ละเมนูหดหายลงไปทุกที\nปัจจัยทั้งหมดนี้ ได้จำกัดความสามารถในการ สำรวจสเปกตรัมรับรสของเธอ อย่างเห็นได้ชัด\nแต่... จะให้ทิ้งตำแหน่งหัวหน้าเชฟ ที่อุตส่าห์ได้มาอย่างยากลำบาก ทิ้งสภาพแวดล้อมการปรุงอาหาร ที่ดีที่สุดในโรงแรม เพื่อไปตามหาเป้าหมาย ที่ยังมองไม่เห็นทางข้างหน้าเหรอ?\nก่อนที่ Escoffier จะได้คำตอบ ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นอย่างเงียบ ๆ\nวัตถุดิบของโรงแรม Debord มี \"Lumiline\" ที่เป็นสารต้องห้ามอันตรายปนอยู่ ทำให้ภายนอกโรงแรม เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทุกคนที่อยู่ในครัวต่างหวาดวิตก\nEscoffier คิดว่าในเมื่อตนเป็นหัวหน้าเชฟ ไม่ว่ายังไงก็ต้องรับผิดชอบ ในความผิดพลาด เธอจึงออกตัวรับผิดชอบเอง เพื่อปกป้องชื่อเสียงของโรงแรม Debord และทำให้ความวุ่นวาย ในหมู่เชฟสงบลง ทว่าตัวเธอเอง กลับถูกตัดสินโทษเพราะเหตุนี้\nส่วนความสงสัย และความอับจนทั้งหมดนั้น เธอทำได้เพียงนำมันติดตัวลงไป ยังใต้ทะเลลึกชั่วคราว"
},
{
"Title": "เรื่องราวของตัวละคร 5",
"Context": "จาก \"แม่ทัพขนมหวาน\" ที่ท่าน Furina แต่งตั้งเอง และยอดเชฟในตำนานที่ทุกคนนับถือ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง และต้องตกต่ำมาอยู่ในป้อมปราการ Meropide...\nระหว่างสองสถานะนั้น ช่างแตกต่างกันมากเหลือเกิน ถ้าเป็นคนอื่นละก็ อาจจะทำใจไม่ได้เพราะ แรงกระแทกหนักหน่วงนี้ไปแล้ว...\nโชคดีที่ Escoffier ไม่เคยกลัวอันตราย ยิ่งเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เธอเยือกเย็นได้ ช่วงชีวิตอันแสนสั้นในป้อมปราการ Meropide กลับทำให้ Escoffier \"ตกตะกอน\" ได้ เธอถึงขั้นเรียกช่วงเวลานี้ว่า \"การเก็บตัวครึ่งแรก\" ของตัวเองด้วยซ้ำ...\nเมื่อขาดอาหารชั้นเลิศ ที่แกะสลักอย่างประณีต มีเพียงอาหารที่คุณภาพไม่สม่ำเสมอ ของ \"โรงอาหารสวัสดิการพิเศษ\" บางครั้งก็จับได้รางวัลชนะเลิศ ที่เหมือนการเพิ่มโทษ... ชีวิตแบบนี้ทรมาน Escoffier อย่างแสนสาหัส แต่ก็ทำให้เธอมองเห็น ความเป็นไปได้ในการปรับปรุง \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" จากมุมมองใหม่ที่แตกต่างออกไป ได้อีกด้วย\nไม่ต้องคิดอย่างเจาะจงว่า จะสร้างรสชาติใดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เลิกให้ความสำคัญกับผลลัพธ์สุดท้าย แต่ลองจับคู่ผสมผสานให้ได้มากที่สุด วัตถุดิบแต่ละอย่าง ล้วนมีศักยภาพในการสำรวจ ซึ่งอาจให้รสชาติที่น่าทึ่งได้ หากจับคู่กันอย่างเหมาะสม ทำให้แนวคิดในการปรุงรส เปิดกว้างหลากหลายยิ่งขึ้น\nเมื่อมีแรงขับเคลื่อนแบบนี้ ทำให้ชีวิตใต้น้ำไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้น แต่ก็ยังมีเรื่องน่าเสียดายอยู่นิดหน่อย:\nบางครั้งป้อมปราการ Meropide ก็เงียบสงัดราวกับสุญญากาศ บางครั้งก็วุ่นวายราวกับโรงงาน ไม่อาจเทียบกับโรงแรม Debord ที่มีเสียงเพลงสนุกสนาน ก้องกังวานอยู่ตลอดเวลาได้ ทำให้ Escoffier ที่รักในเสียงเพลง รู้สึกปวดใจเป็นอย่างมาก\nแต่ตอนที่ Furina กับ Navia มาเยี่ยม Escoffier พวกเธอได้นำเครื่องเล่นแผ่นเสียงเล็ก ๆ มาให้เธอด้วย เธอที่เหมือนได้ฝนชโลมใจ หลังจากแห้งแล้งมานาน เมื่อได้ฟังบทเพลงซิมโฟนี ที่เคยฟังจนเบื่ออีกครั้ง ก็พอจะนึกถึงอาหารที่เธอเคยกิน ระหว่างฟังเพลงนี้ไปพร้อมกันได้ แล้วแรงบันดาลใจ ก็พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย...\nเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คดี Lumiline ที่ที่ทำให้ Escoffier ถูกจับเข้าคุกไม่ได้สลักสำคัญ สำหรับเธออีกต่อไปแล้ว\nวันแรกหลังออกจากป้อมปราการ Meropide นั้น Escoffier ได้เชิญ Navia และเพื่อน ๆ มา เธอเลือกแผ่นเสียงซิมโฟนี ที่มีท่วงทำนองอันไพเราะ และจังหวะสม่ำเสมอ ที่ชวนให้ผ่อนคลาย พร้อมทั้งทำอาหารมากกว่าสิบอย่าง ทุกเมนูได้รับคำชมจากทุกคน และเมนูใหม่ \"ผลึกน้ำค้างกลางใบไม้ร่วง\" (Autumn Frost) ที่เธอส่งไปให้ท่าน Furina ก็ทำให้ท่าน Furina มีความสุขมาก จนลุกขึ้นเต้นรำอย่างอดไม่ได้\nหลังจากนั้น Escoffier ก็ไม่ได้กลับไปที่โรงแรม Debord แต่กลับไปตั้งรกราก ที่ร้านเหล้าที่เงียบสงบใน Fleuve Cendre ด้วยการแนะนำของ Navia\nนับจากนี้ไป เธอจะเข้าสู่ \"ครึ่งหลังของการเก็บตัว\" เรื่องใด ๆ ก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำอาหาร ไม่มีทางเข้ามารบกวนเธอได้\nแม้แต่วิกฤติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นกะทันหัน ก็ยังทำให้ Escoffier ว่อกแว่กไม่ได้ เธอเก็บเครื่องครัว และวัตถุดิบทั้งหมดอย่างใจเย็น ก่อนจะขึ้นเรือลี้ภัย และกลับมาที่ห้องครัว ทันทีที่ระดับน้ำลดลง...\nEscoffier ไม่เพียงแต่ต้องการจะคิดค้น ขนมหวานที่เหนือกว่า \"Gateau Debord\" แล้วนำมามอบให้ท่าน Furina เท่านั้น... เป้าหมายของเธอคือการทลาย และลบล้างขอบเขต ของอาหารดั้งเดิมให้หมดสิ้น\nเธอจะไม่ต่อต้านความเคยชิน ของธรรมเนียม แต่จะนำเครื่องปรุงใหม่ ๆ ใส่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคนิคเหมือนการผสมสี นำมาซึ่งการปฏิวัติ และความก้าวหน้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป...\nสร้างโลกแห่งรสชาติที่ไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ เพื่อให้อาหารพื้น ๆ ได้เข้าสู่เส้นทางแห่งความสง่างาม และทำให้อาหารหรูหราราคาแพง ปล่อยวางความเย่อหยิ่งลง...\nจนกว่าจะค้นพบจุดสูงสุด แห่งความอร่อยใหม่ในที่สุด ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิต ก็ไม่อาจไต่เต้าไปถึงจุดสูงสุดได้ แต่ก็ต้องพยายามต่อไป อย่างไม่ย่อท้อ\nนี่จะเป็นการเดินทางตามหารสชาติ ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นเวลาและสถานที่ใดก็ตาม ในทุกช่วงเวลาที่เธอ ได้รับแรงบันดาลใจใหม่ หรือได้รับวัตถุดิบใหม่ เธอก็จะเริ่มทุ่มเทศึกษาอย่างสุดกำลัง\nสำหรับความท้าทายที่ใกล้จะต้องเผชิญ Escoffier รู้อยู่แก่ใจนานแล้ว ในแววตาเธอราวกับมีสีสัน ของยอดเขาแห่งรสชาติอันล้ำเลิศ สะท้อนอยู่ในนั้น มันสะท้อนประกายแห่งแรงบันดาลใจ อันไร้ที่สิ้นสุดของเธอ ที่ขาวบริสุทธิ์ดุจปีกของห่านปีกหิมะ..."
},
{
"Title": "ชุดกลไกทำอาหารอเนกประสงค์",
"Context": "เชฟที่มากประสบการณ์ มักจะจัดการกับวัตถุดิบหลายชุด ได้พร้อมกัน ในฐานะผู้บุกเบิกของ \"การทำอาหารเชิงเทคนิค\" เวลาที่ Escoffier ทำอาหารยังยุ่งกว่า ฟันเฟืองที่หมุนเร็วจี๋ซะอีก\nหากบอกว่าเชฟคนอื่น ๆ สามารถปรุงรสด้วยวัตถุดิบที่มี \"รูปร่าง\" ได้ การปรุงอาหารของ Escoffier ก็คือ \"กระบวนการรับรส\" ที่สร้างขึ้นจากตรรกะพื้นฐาน จึงจำเป็นต้องหั่นวัตถุดิบ ให้ละเอียดเป็นสองเท่า แล้วจึงทำการปรุงอาหารที่ซับซ้อน กลั่นกรองและสกัดให้บริสุทธิ์ โดยเฉลี่ยแล้ว กระบวนการเตรียมอาหารแต่ละเมนู มีขั้นตอนมากกว่า วิธีปรุงอาหารแบบดั้งเดิมถึง หกสิบขั้นตอน\nด้วยเหตุนี้ Escoffier จึงพยายามสำรวจขีดจำกัด ของการทำงานพร้อมกัน ก่อนที่จะเริ่มปรุงอาหาร เธอจะแบ่งลำดับงานที่ต้อง ทำด้วยสองมือในแต่ละช่วงเป็นวินาที เหมือนกับการเล่นดนตรี และยังต้องซ้อมมือก่อนที่จะ เริ่มปรุงอาหารอย่างเป็นทางการด้วย\nในช่วงเวลานั้นเอง ผู้คนในวงการเชฟ จึงเปรียบการทำอาหารของ Escoffier ว่าเหมือนกับ \"ระบำวอลซ์ในห้องครัว\"\nแต่หลังจากฝึกซ้อมไปสักพัก จู่ ๆ Escoffier ก็ได้สติกลับมาว่า:\n\"ฉันเป็นเชฟ ไม่ใช่นักแสดงบนเวทีสักหน่อย!\"\nการนำผู้ช่วยและอุปกรณ์ ที่อำนวยความสะดวกเข้ามาใช้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Escoffier\nเพื่อการนี้ ช่วงแรกที่เริ่มรับทำ \"เมนูตามสั่ง\" Escoffier จึงได้ไปหา วิศวกรจากศูนย์วิทยาศาสตร์ Fontaine หลายคน แล้วสั่งซื้ออุปกรณ์พิเศษ และพัฒนาร่วมกับ ผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกเหล่านี้ จนในที่สุดก็สร้าง \"ชุดกลไกทำอาหารอเนกประสงค์ แบบทดลอง\" ขึ้นมาได้สำเร็จ ซึ่งก็คือ \"กลไกทำอาหารอเนกประสงค์เต็มสเปกตรัม\" และ \"กลไกช่วยเหลือสัญญาณการเคลื่อนที่แบบปรับตัวเอง\" ซึ่งเป็นผู้ช่วย ที่พึ่งพาได้ทั้งสองของเธอ\nโครงสร้างของ \"กลไกทำอาหารอเนกประสงค์เต็มสเปกตรัม\" เหมือนการรวมร่างกันระหว่าง จานชามกับหม้อ มีพื้นฐานมาจากกลไก ที่แยกส่วนผสมของแร่ รวมกับฟังก์ชัน การปรับปริมาณวัตถุดิบ การควบคุมอุณหภูมิและ ความชื้นอย่างแม่นยำเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อมาอยู่ในมือของ Escoffier กลไกนี้แทบจะทำหน้าที่แทน เครื่องครัวได้ทุกอย่าง ยิ่งไปกว่านั้น การทำให้กลไกนี้ทำงาน ตามขั้นตอนแบบสุ่ม ก็จะทำให้ได้รับ \"อาหารแบบสุ่ม\" อีกด้วย\nEscoffier มักจะใช้ฟังก์ชันนี้ เพื่อลองผสมวัตถุดิบ ที่ไม่เคยคิดมาก่อน ซึ่งบางครั้งก็ทำให้ประหลาดใจ บางครั้งก็กลุ้มใจ...\n\"กลไกช่วยเหลือสัญญาณการเคลื่อนที่แบบปรับตัวเอง\" ใช้เทคโนโลยีการสำรวจด้วยแนวคิด \"ขาเทียม\" ซึ่งสามารถบันทึกการเคลื่อนไหว จำนวนมากไว้ล่วงหน้าได้ และดำเนินการตามคำสั่งที่ได้รับจาก Escoffier โดย Escoffier ได้ติดตั้งมันไว้ที่ด้านหลัง ภายใต้การควบคุม อย่างพิถีพิถันของเธอ กลไกนี้จะแสดงความคล่องแคล่ว ราวกับหาง ไม่ว่าจะเป็นการหยิบใช้เครื่องมือ และวัตถุดิบ หรือช่วยส่งจานอาหาร ก็ล้วนมั่นคงและพึ่งพาได้อย่างยิ่ง\nแต่กลไกที่เหมือนหางนี้ บางทีก็อ่อนไหวเกินไป จนตอบสนองแม้แต่การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ Escoffier ไฟที่แสดงสถานะการทำงานแต่เดิม จึงพลอย \"แสดงสัญญาณไฟผิดพลาด\" ไปเพราะเหตุนี้ด้วย\nถ้ารู้แต่แรกว่าจะเป็นแบบนี้ Escoffier คงขอให้วิศวกรถอดไฟของกลไก ออกทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้มัน \"ทรยศ\" อารมณ์ความรู้สึกของเธอเองแล้ว..."
},
{
"Title": "วิชั่น",
"Context": "เทียบกับเปลวไฟที่ลุกโชนแล้ว Escoffier ชอบก้อนน้ำแข็งเย็นเฉียบมากกว่า\nในขอบเขตของเทคโนโลยีฝีมือมนุษย์ การ \"ลดอุณหภูมิ\" นั้น ยากยิ่งกว่าการ \"เพิ่มอุณหภูมิ\" ให้สูงขึ้นเสียอีก\nอุณหภูมิต่ำคือกุญแจสำคัญ ในการล็อกรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ ก่อนจะใส่วัตถุดิบลงหม้อ หรือแม้กระทั่งก่อนจะ เสิร์ฟอาหารขึ้นโต๊ะ ความสำคัญของ \"การรักษาความสดใหม่\" นั้นไม่ต้องพูดก็เป็นอันเข้าใจกัน\nEscoffier จึงพยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้แน่ใจว่า จะได้รับน้ำแข็งคุณภาพเยี่ยม\nแม้ว่าไอเย็นจาก Mist Flower จะให้ผลลัพธ์ไม่เลว แต่พื้นที่ที่มีผลนั้นมีจำกัด กำลังในการลดอุณหภูมิ ก็ค่อนข้างน้อย ส่วนการใช้สารเคมี เพื่อทำให้เย็นลงนั้น ก็ใช้ต้นทุนสูงลิ่วจนน่ากลัว แม้แต่โรงแรม Debord ยังรับมือไม่ไหว หรือต่อให้เป็นกลไกของ ศูนย์วิทยาศาสตร์ Fontaine ก็ไม่สามารถลดอุณหภูมิให้ต่ำลง ต่อเนื่องอย่างไร้ขีดจำกัดได้...\nEscoffier เคยไปที่ภูเขา Dragonspine เพื่อตามหา \"แหล่งกำเนิดความเย็นลึกลับ\" ในตำนาน\nเธอห่อตัวเองด้วยเสื้อคลุมหนาหนัก และผ้าพันคออย่างแน่นหนา สะพายกระเป๋าเดินทางที่หนักอึ้ง พร้อมกับถือหอกเหล็กแหลม Iron Point ธรรมดา ๆ เล่มนึง เตร็ดเตร่ไปทั่วภูเขา Dragonspine นานสิบกว่าวัน\nจนกระทั่งหอกของเธอพังยับเยิน เธอก็ยังไม่พบเป้าหมายอยู่ดี ด้วยเพราะบาดแผล จากการถูกมอนสเตอร์โจมตี และอาการหิมะกัดที่รุนแรง ทำให้เธอได้แต่ต้องกลับบ้านมือเปล่า\nระหว่างทางกลับ Escoffier ยังได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับ สิ่งมีชีวิตธาตุน้ำแข็งอันน่าอัศจรรย์ \"Daleth\" ซึ่งทำให้เธอเสียใจยิ่งกว่าเดิม เป็นทวีคูณ และความปรารถนาใน \"แหล่งกำเนิดความเย็น\" ก็กลายเป็นความหลงใหลของเธอ รองลงมาจาก การพัฒนาทักษะการทำอาหาร\nในระหว่างการเดินทาง ไปตามหาวัตถุดิบใหม่ที่ Natlan อีกหนหนึ่ง อากาศอันร้อนระอุทำให้ Escoffier รู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก ทำให้ดูเส้นทางบนแผนที่ ผิดหลายต่อหลายครั้ง จนเข้าไปยังพื้นที่อันตราย โดยไม่ตั้งใจ\nซ้ำร้าย ตอนที่ Escoffier เพิ่งจะเจอเป้าหมาย กลับเผลอปลุก \"Avatar of Lava\" หลายตัวขึ้นมา และถูกล้อมโจมตีจนเกือบตาย ความเจ็บปวดจากการเผาไหม้ของ โฟลจิสตันเกือบทำให้เธอสลบไป ขณะที่เธอรีบร้อนถอยหลัง โฟลจิสตันที่ระเบิดอยู่รอบ ๆ ก็ระเบิดจนทำให้เธอล้มลงกับพื้น\nจนถึงเวลานี้แล้ว Escoffier ยังคงกอดกระเป๋าเป้ และอุปกรณ์ทำครัวกับวัตถุดิบไว้แน่น ความคิดนั้นยังคงดังก้อง ในหัวเธออย่างต่อเนื่อง...\nก้อนน้ำแข็ง ก้อนน้ำแข็ง ก้อนน้ำแข็ง...\nความทรงจำหลังจากนั้นเลือนราง ราวกับว่า เธอเผลอดื่มเหล้าดีกรีแรงลงไป นึกออกเพียงราง ๆ ว่า ด้วยเพราะ... กระแสลมหนาวเย็นที่พุ่งออกมา จากด้านหลังอย่างต่อเนื่อง เธอจึงดับเปลวไฟที่ลุกติดบนร่างกาย และหนีออกมาจากพื้นที่ ที่มอนสเตอร์เคลื่อนไหวได้สำเร็จ\nจนกระทั่งเธอนำวัตถุดิบหายาก กลับมายัง Fontaine เธอถึงได้รู้ว่า ด้านหลังของเธอมีวิชั่นเรืองรอง และเย็นเยียบห้อยอยู่ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็สุดรู้ได้\nความตื่นตระหนกถูกแทนที่ด้วย ความประหลาดใจ ความสุขนี้ทำให้ Escoffier ลืมความเจ็บปวดทั่วสรรพางค์กายไปสิ้น\nเพื่อที่จะคงสติให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา Escoffier จึงผูก \"วิชั่น\" ไว้ที่โบว์ผูกผมของเธอ ด้วยหวังว่ามันจะช่วยทำให้สมอง ของเธอเย็นลงได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อที่เธอจะได้รักษาความเยือกเย็น ภายในห้องครัว ที่ไฟกำลังลุกโชนอยู่ได้...\nเมื่อได้ความช่วยเหลือจาก \"วิชั่น\" ทำให้ Escoffier ทำความปรารถนาของตัวเอง ให้เป็นจริงได้ในที่สุด... นั่นก็คือแช่แข็งวัตถุดิบอาหาร ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่เพียงแค่นี้ หลังจากใช้พลังธาตุที่ได้จากมัน อย่างชำนาญแล้ว Escoffier ก็นำมันมาผสมผสานกับ \"กลไกทำอาหาร\" แต่เดิม และได้รับพลังต่อสู้ที่มากขึ้น ทำให้ขอบเขตการค้นหา วัตถุดิบอาหารของเธอ กว้างขึ้นอย่างมาก...\nแม้แต่ปัญหาของเครื่องครัว ก็ยังแก้ไขได้อย่างง่ายดาย... มีดทำครัวและกระบวยที่ทำจากน้ำแข็ง ที่มีพลังธาตุนั้นทนทานมาก แถมยังเปลี่ยนใช้ได้สะดวก ช่วยให้ Escoffier ลดน้ำหนักในการพกพาอุปกรณ์ และตัดปัญหาเรื่องที่ต้อง ล้างอุปกรณ์เองอีกด้วย\nเพียงแต่ ในฐานะเชฟที่เชี่ยวชาญ ในการใช้น้ำแข็งมากที่สุดใน Fontaine... หรืออาจจะทั่วทั้ง Teyvat นั้น Escoffier กลับทำไอศกรีมไม่บ่อยนัก...\nบางทีสักวันหนึ่งในอนาคต เธออาจจะหยิบมันมาเป็น วิชาอาหารเฉพาะทางแขนงหนึ่ง ศึกษาอย่างจริงจัง และพัฒนาออกมาเป็น ขนมหวานน้ำแข็งที่สามารถทำได้ทุกเมื่อ ก็เป็นได้?"
}
]
},
"Costumes": [
{
"Id": 211200,
"Name": "เชอร์เบตพายน้ำผึ้ง",
"Description": "คอสตูมของ Escoffier แขนเสื้อที่พลิ้วไหว ที่ถูกเย็บอย่างประณีตบนชุดทำงานของ \"แม่ทัพขนมหวาน\" Escoffier นั้น วิจิตรราวกับเค้กที่เธอทำขึ้นมาเอง ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะนึกถึง รสชาติอันหอมหวานที่บริสุทธิ์ และละเอียดอ่อน",
"IsDefault": true
}
],
"CultivationItems": [
104164,
113076,
101232,
112085,
104343,
113068
],
"NameCard": {
"Name": "Escoffier - เสน่ห์",
"Description": "ลายนามบัตร\nสำหรับ Escoffier แล้ว ท่วงทำนองและรสชาตินั้น เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กัน ส่วนเหตุผลที่ว่า ทำไมเธอไม่นำของอร่อย มาแต่งทำนองเพลงนั้น ก็ง่ายมาก เพราะรสชาติที่มั่นคง ควรค่าแก่การเชื่อถือมากกว่า แต่หากเขียนเพลงเดิม ๆ ตลอดเวลา มันก็จะไม่มีความหมายอะไร",
"Icon": "UI_NameCardIcon_Escoffier",
"PicturePrefix": "UI_NameCardPic_Escoffier"
}
}